เพื่อนๆ เคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้างไหมคะว่ากาแฟ ช่วยลดน้ำหนัก ดื่มกาแฟตอนเช้าลดความอ้วนได้ และเคยสงสัยกันไหมคะว่ากาแฟช่วยทำให้เราลดน้ำหนักได้จริงไหม? กินกาแฟยังไงให้ลดน้ำหนัก? วันนี้เรามีประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับการดื่มกาแฟเพื่อการลดน้ำหนักมาแบ่งปันกัน กาแฟดำช่วยลดน้ำหนักได้จริงไหม? ต้องดื่มอย่างไรมาดูกันเลยค่ะ กาแฟ กาแฟดำช่วยลดน้ำหนักได้จริงไหม?ในเชิงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่มีการวิจัยและศึกษาเกี่ยวกับสรรพคุณของกาแฟที่ช่วยลดน้ำหนักนั้นมีมาอย่างยาวนาน และผลก็ชี้ชัดตรงกันว่ากาแฟอาจมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้จริงค่ะ โดยมีเหตุผลรับรองเหล่านี้คาเฟอีนที่อยู่ในกาแฟช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญ การเผาผลาญที่ว่าหมายถึงการย่อยและดูดซึมสารอาหารในร่างกายของเรานั่นเองค่ะ โดยคาเฟอีนจะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญให้สูงขึ้นได้ตั้งแต่ 3-11% เลยทีเดียว การดื่มกาแฟจึงอาจมีส่วนช่วยให้น้ำหนักลดลงได้ดีขึ้นถึง 10% คาเฟอีนช่วยลดความรู้สึกหิว ข้อนี้หลายๆ คนอาจเป็น (รวมถึงเราด้วย) หลังจากที่เราดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน อย่างเช่น ชาเขียว กาแฟ โกโก้ ความรู้สึกหิวของเราจะลดลงไประดับหนึ่ง นั่นเป็นเพราะคาเฟอีนช่วยลดการหลั่งของฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนของความหิว พอฮอร์โมนตัวนี้หลั่งออกมาน้อย เราจึงรู้สึกหิวช้า ลดโอกาสการกินจุบจิบ กินเรื่อยเปื่อยตลอดวันกาแฟส่งเสริมให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า คนที่ออกกำลังกายจึงมักเลือกดื่มกาแฟก่อนออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว เพราะกาแฟช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจและระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เราออกกำลังกายได้เข้มข้นและหนักขึ้น ข้อนี้เราสังเกตตัวเองมาสักพักแล้วค่ะว่าการดื่มกาแฟก่อนออกกำลังกายประมาณ 40 นาที จะช่วยให้เราโฟกัสกับการออกกำลังกายได้ดีขึ้นและออกกำลังกายได้ทนขึ้น กาแฟลดความอ้วนควรกินตอนไหนเราแนะนำว่าให้กินกาแฟได้ตั้งแต่ช่วงเช้าหลังตื่นนอนไปจนถึงช่วงสายๆ และไม่ควรดื่มกาแฟในช่วงบ่ายเพราะอาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ หลับไม่สนิทได้ค่ะสำหรับคนที่คุมอาหาร ลดน้ำหนักด้วยการทำ IF สามารถดื่มกาแฟในตอนเช้าเพื่อช่วยควบคุมความอยากอาหารและทำให้อยู่ในช่วง Fasting ได้นานขึ้น สำหรับคนที่ออกกำลังกายหรือเข้ายิมในตอนเช้า สามารถดื่มกาแฟ 1 แก้ว คู่กับขนมปังสัก 1-2 แผ่น หรือแอปเปิลขนาดกลาง 1 ผล เพื่อช่วยเติมแรงให้กับร่างกาย ทำให้เราออกกำลังได้นานขึ้นและทนขึ้น กินกาแฟยังไงให้ลดน้ำหนักข้อแนะนำสำหรับการกินกาแฟ ดื่มกาแฟเพื่อลดน้ำหนักคือ ควรกินเป็นกาแฟดำไม่เติมน้ำตาลจะดีที่สุดค่ะ หรือใครที่ทนความขมของกาแฟไม่ไหวสามารถเติมนมอัลมอนด์ นมพิสตาชิโอเข้าไปเพื่อเจือจางความขมของกาแฟลงสักเล็กน้อย นมที่ใช้ก็ควรเป็นสูตรน้ำตาลต่ำด้วยเช่นกันเพื่อช่วยลดปริมาณแคลอรีส่วนเกิน เมนูกาแฟลดความอ้วนที่แนะนำ ได้แก่กาแฟดำแบบไม่เติมน้ำตาล (ใช้กาแฟผงแบบชงเองก็ได้)แบล็กคอฟฟี่ หรือ อเมริกาโน่ร้อน อเมริกาโนเย็น ไม่เติมน้ำหวานหรือไซรัปเอสเปรสโซช็อต (Espresso) กาแฟดำผสมนมธัญพืช (สูตรไม่เติมน้ำตาล)กาแฟดำแบบสกัดเย็น (Cold Brew) ข้อควรระวังสำหรับการดื่มกาแฟเพื่อลดน้ำหนักผู้ที่มีประวัติแพ้คาเฟอีนไม่ควรดื่มกาแฟเพื่อลดน้ำหนักไม่ควรลดน้ำหนักด้วยการดื่มกาแฟและกินอาหารน้อยๆ หรืออดอาหาร เพราะอาจส่งผลทำให้เกิดปัญหาโยโย่เอฟเฟค น้ำหนักตัวเด้งกลับมาอย่างรวดเร็วเมื่อกลับไปกินอาหารตามเดิม หรืออาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร ระบบเผาผลาญช้าลงและทำให้อ้วนได้ง่ายมากขึ้น ทางที่ดีควรดื่มกาแฟดำควบคู่ไปกับการจำกัดปริมาณแคลอรีที่ได้รับต่อวันอย่างเหมาะสมhttps://women.trueid.net/detail/A1Wj0eMmwo5r ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร ลำไส้ กรดในท้องเยอะไม่ควรดื่มกาแฟเพียวๆ เพราะอาจทำให้มีกรดในกระเพาะอาหารสูงมากเกินไปจนทำให้ปวดท้อง แนะนำให้ดื่มกาแฟคู่กับขนมปัง ถั่ว ผลไม้หรืออาหารอื่นๆ ไม่ควรดื่มกาแฟมากกว่า 3 แก้วต่อวัน เพราะอาจทำให้หัวใจสั่น วิงเวียนศีรษะและเกิดปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับระมัดระวังอาหารอื่นๆ ที่กินคู่กับกาแฟ เช่น เบเกอรี่ เค้ก คุกกี้ พาย ฯลฯ ซึ่งมักเป็นขนมรสหวานที่มีแคลอรีสูง ควรดื่มกาแฟให้ห่างกับช่วงเวลาเข้านอนอย่างน้อย 4-5 ชั่วโมง เพื่อป้องกันปัญหานอนไม่หลับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดไม่ควรดื่มกาแฟในปริมาณมาก ส่วนตัวเราดื่มกาแฟดำ (แบบผงชงเองและไม่เติมน้ำตาล) เป็นประจำทุกวัน โดยจะดื่มในช่วงเช้าหลังตื่นนอนและเป็นช่วงเวลาก่อนออกกำลังกายประมาณ 40-50 นาที เพื่อให้ร่างกายตื่นตัวและมีเรี่ยวแรงออกกำลังกาย และดื่มอีกครั้งช่วงสายๆ หลังดื่มกาแฟเราจะรู้สึกอยากกินขนมและของหวานน้อยลง ช่วยให้เราควบคุมน้ำหนักตัวรวมถึงระดับไขมัน (Fat) ในร่างกายได้ดีขึ้นภาพหน้าปก ภาพที่1 โดย Natalia Klenova จาก canvaภาพในเนื้อหาทั้งหมด โดย ผู้เขียนห้องส่องร้านดังมาแรง รวมของกินอร่อยต้องโดน บอกสูตรเมนูลับที่ไม่ลับอีกต่อไป