ณ เวลาปัจจุบันที่เราต่างเผชิญมหันตภัยเชื้อโรคร้าย(COVID-19) ที่กำลังระบาดและส่งผลกระทบกันทั่วโลก ผู้คนส่วนหนึ่งต้องหยุดพัก เพื่อปฏิบัติตามนโยบายของภาครัฐที่ต้องการควบคุมการแพร่ระบาด ด้วยเวลาว่างช่วงนี้ผู้เขียนถือว่า มันดีเลย ที่เราจะได้เวลาออกกำลังกาย(หมดข้ออ้างสำหรับใครบางคน) วิธีการออกกำลังที่ง่ายที่สุด สะดวกที่สุดก็คือ การเดินหรือการวิ่ง ด้วยความที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มากมายอะไรเลย สถานที่ก็ตามสะดวก แต่ช่วงนี้อาจจะต้องเลือกๆ หน่อย เลี่ยงที่ที่มีคนพลุกพล่านการเดิน/วิ่ง ถ้าเราแค่เดินอย่างเดียวหรือวิ่งอย่างเดียว โดยไม่รู้ว่าเราเดิน/วิ่งได้กี่กิโลเมตร ได้ระยะทางรวมเท่าไหร่แล้ว สถิติเป็นอย่างไร ก็เหมือนกับคนตาบอดหละครับ ดังนั้นนักวิ่งส่วนใหญ่ก็จะมีแอปพลิเคชันเป็นตัวช่วยที่ให้เราได้รู้พัฒนาการ ความก้าวหน้าหรือสถิติเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจช่วยกระตุ้นให้เราอยากจะทำมันต่อไป และทำให้ดียิ่งขึ้น เรียกกันทั่ว ๆ ไปว่า แอปนับก้าว ซึ่ง ณ เวลานี้ก็มีอยู่มากมายให้เลือกใช้ แต่มันมีแอปตัวหนึ่งที่ไม่เหมือนชาวบ้าน ก็ตรงที่ เดินแล้ว วิ่งแล้วมันได้เงินด้วย ...อืมม จริงเหรอ? แล้วมันจะได้อย่างไร นี่อาจเป็นคำถามที่คนทั่วไปตั้งไว้ในใจหละYodo คือชื่อของแอปพลิเคชันที่ว่านี้ "มันจะทำให้เราเดิน/วิ่งแล้ว ได้เงินอย่างไร และจริงไหม" เรามาดูกันนะครับ หลักๆ เลยเจ้าแอป Yodo ก็ทำงานเป็นตัวนับก้าวเดิน/วิ่ง เหมือนแอปตัวอื่น ๆ แต่ที่แปลกแตกต่างจากแอปทั่วไปก็คือ มีคอร์สสอนการออกกำลังกายเฉพาะต่าง ๆ เช่น กล้ามเนื้อ หัวใจ ข้อต่อ และทั่วร่างกาย มีการตรวจสุขภาพ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต ความอิ่มตัวของออกซิเจน ความหนืดข้นของเลือด ค่า BMI และคลื่นดล (อันนี้แอปนับก้าวบางตัวก็สามารถทำได้เช่นกัน)และที่แตกต่างจากแอปนับก้าวทั่วไป(เท่าที่ทราบนะครับ บางทีอาจจะมีตัวด้วยอื่นก็ได้) ก็คือ เดิน/วิ่งแล้วได้เงิน เรามาดูว่าเราต้องทำอะไรบ้าง แอปถึงจะจ่ายเงินให้เรา การจ่ายเงินของแอปพลิเคชันตัวนี้มาจากการสะสมแต้ม(Point) จาการทำกิจกรรมต่างๆ ดังนี้การเดินหรือวิ่งในแต่ละวัน ถ้าเดิน/วิ่งได้ถึง 1,500 ก้าวในหนึ่งวัน จะได้ 300 แต้มการเล่นเกมหมุนวงล้อเสี่ยงโชค (อันนี้แอปคุยบอกว่า จะได้มากถึง 3,000 แต้ม/วัน เลยทีเดียว)ทำภารกิจต่าง ๆ ซึ่งมีภารกิจย่อยถึง 3 รูปแบบ คือSingle Task (งานที่ทำครั้งเดียวจบ) เช่น การไปใส่วัน/เดือน/ปีเกิดจริง ๆ ใส่รูปสวย ๆ ให้กับโปรไฟล์ของตัวเอง หรือใส่ชื่อโปรไฟล์เท่ๆ และมีอีกเป็นสิบๆ ภารกิจ ถ้าทำสำเร็จ ก็จะได้แต้มแตกต่างกันไป และมากสุดถึง 100 ทีเดียวDaily Task (เป็นภารกิจประจำ ที่ทำได้เรื่อย ๆ) เช่น เชิญเพื่อนมาเล่นแอปด้วย ดูโฆษณา ให้ความสนใจกับผู้เล่นคนอื่น กดไลค์ให้โปรไฟล์คนอื่น ก็จะได้แต้มแตกต่างกันออกไปเช่นกัน Exclusive Task (เป็นภารกิจพิเศษ) ส่วนใหญ่จะเป็นให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ติดตั้งและเข้าไปใช้งานก็จะได้แต้ม มีอยู่หลายภารกิจเช่นกัน ทีนี้มาดูความเป็นไปได้ที่เราจะได้เงินเงินมาจากไหน ก็มาจากแต้มที่เราสะสมจากการเดินหรือวิ่ง และมาจากภารกิจต่าง ๆ ที่เราทำ ...รูปด้านล่างนี้จะเป็นอัตราแลกเปลี่ยนแต้มเป็นเงินอันดับแรก จากการเดินหรือวิ่งแอปตัวนี้กำจัดแต้มที่เกิดจากกรณีนี้ไว้ที่ 300 แต้มต่อวันเท่านั้น (คือ 1,500 ก้าว/หรือประมาณ 1 Km) ถึงเราจะเดินได้ถึง 5,000 - 6,000 ก้าว/วัน แต้มที่ได้ในในวันนั้นก็จะได้แค่ 300 แต้มเท่านั้น และหากดูจากรูปด้านบน จะเห็นว่าแต้มต่ำสุดที่สามารถแลกเป็นเงิน(ดอลลาร์สหรัฐ; USD) คือ 72,000 แต้ม จะแลกได้ที่ 3 USD แลกเป็นเงินไทยได้ที่ 92.94 บาท (ณ วันที่ 12 มิ.ย. 15:41 UTC) ไม่ถึง 100 บาทด้วยซ้ำ หากเราจะวิ่งให้ได้แต้มที่ 72,000 จะต้องใช้เวลาถึง 240 วัน (หรือต้องใช้เวลาถึง (240/30 = 8 เดือน)) เลยทีเดียว ...นานหรือไม่ลองคิดดูนะครับ ความเป็นไปได้ที่เราจะทำเงินจำนวนมากๆ จากการเดินหรือวิ่งนั้น ถือว่ายากมาก(แบบลากกอไก่ยาวๆ เลย)จากการเล่นเกมหมุนวงล้อเสี่ยงโชค (ที่แอปบอกว่า จะได้มากถึง 3,000 แต้มต่อวันเลย)ซึ่งถ้าจะให้ทำได้มากขนาดนั้น คงต้องนั่งเล่นทั้งวัน(แบบไม่ต้องทำอะไรเลย) หละครับ แล้วเจ้าเกมที่ว่ามันก็ไม่ได้ชวนให้เล่นเหมือนเกมที่คนทั่วไปชอบเล่นกันซักเท่าไหร่เลยจากภารกิจอื่น ๆ อีก 3 ภารกิจภารกิจแรก Single Task (ทำครั้งเดียวจบ)ภารกิจนี้จะเป็นงานที่ทำได้ครั้งเดียว จะทำซ้ำไม่ได้ มีความเป็นไปได้ที่จะได้แต้ม 300 - 400 แต้ม ภารกิจแบบที่ 2 เป็นงานที่ทำได้เรื่อย ๆ (Daily Task) เช่น เชิญเพื่อนมาเล่นแอป แล้วเราจะได้แต้ม(300 แต้ม/คน) ต้องเชิญสำเร็จถึงจะได้นะครับ การดูโฆษณา(ได้ครั้งละ 9 แต้ม จำนวน 10 ครั้ง) กดให้ความสนใจกับผู้ใช้คนอื่น(ได้ 1 แต้ม จำนวน 2 ครั้ง) การกดไลค์ให้กับผู้เใช้แอปคนอื่น (ได้เหมือนการกดให้ความสนใจ) ดังนั้นภารกิจแบบที่ 2 นี้ จะมีโอกาสได้แต้มต่อวันอยู่ที่ 394 แต้ม/วันภารกิจแบบที่ 3 (Exclusive Task) จะเป็นการให้เราดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ในเครือ Yodo ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแอปเกี่ยวกับการออกกำลังกาย มีถึง 3 ตัวด้วยกัน ดังรูปด้านล่างนี้เมื่อดาวน์โหลดและติดตั้งสำเร็จ จะได้แต้ม 300 แต้ม(แอปละ 100 แต้ม) หากติดตั้งเสร็จแล้ว เข้ามาเช็คอิน จะได้ครั้งละ 10 แต้ม(ทั้ง 3 แอป ก็จะได้ 30 แต้ม) แนะนำให้เพื่อนมาสมัครแอป YHit-body Maker ได้จำนวน 10 คน และอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุด จะได้ 100 แต้ม และสุดท้าย ส่งคำเชิญถึงเพื่อนให้ใช้งานสำเร็จสะสม 10 คน จะได้ 100 แต้ม ...แสดงว่าถ้าทำสำเร็จทั้งภารกิจ จะได้ทั้งหมด 530 แต้มแต่ว่าทั้งหมดทั้งมวลที่เราทำมา เราจะสามารถเบิกเงินมาใช้ได้ไหม หากเรายังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกรายเดือน หรือรายปี ...ลองดูจากรูปด้านล่างนี้ครับสรุปรวมความแล้วหากเราคาดหวังว่าจะเดินหรือวิ่งอย่างเดียว แล้วให้ได้เงินมาซัก 1 ดอลลาร์ เราจะต้องสะสมแต้มให้ถึง 24,000 แต้ม นั่นเท่ากับว่าเราจะต้องใช้เวลาเดิน/วิ่งถึง 80 วัน ดังนั้นถ้าเราคิดว่าจะหาเงินจากแอปนี้จริงๆ เราคงต้องทำกิจกรรมอย่างอื่น เช่น การหมุนวงล้อเสี่ยงโชค การทำภารกิจย่อยทั้ง 3 ภารกิจให้มาก ๆ เท่านั้น และจะต้องใช้เวลาอยู่กับมันอย่างมากเลยทีเดียว ถ้าลองรวมแต้มที่สมมติว่าเราทำทั้งเดิน/วิ่งและทำภารกิจทั้งหมดสำเร็จ(ไม่ได้หมายความว่าจะสำเร็จใน 1 วันนะครับ) เราจะได้แต้มอยู่ที่ประมาณ 4,624 แต้ม (1 ดอลลาร์ ยังไม่ถึงนะครับ) จากที่ผมลองสมัครและใช้งานมาเป็นเวลา 14 วัน ตอนนี้ได้แต้มอยู่ที่ 4,477 แต้ม ถ้าเฉลี่ยต่อวันแล้ว ก็จะได้อยู่ที่ประมาณ 319.79 แต้ม อันนี้นับการเดินและภารกิจบางอย่างด้วย ลองไปหมุนวงล้อเสี่ยงโชคบ้าง และหากเวลาผ่านไป 1 เดือน ผมก็อาจจะได้แต้มอยู่ที่ประมาณ 9,594 แต้ม และหากต้องเสียค่าสมาชิกรายเดือน(ขั้นต่ำ) 27 บาท แล้วจะคุ้มหรือไม่ อยู่ที่ผู้อ่านจะพิจารณาเองหละครับภาพประกอบ :ภาพปก https://play.google.com/ภาพอื่น ๆ จากการจับภาพหน้าจอแอปพลิเคชัน Yodo