Longevity คืออะไร ? ชวนมาทำความรู้จักแนวคิดการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน สำหรับคนที่สนใจเรื่องของการดูแลสุขภาพในช่วงที่ผ่านมาคงจะได้ยิน หรือได้เห็นคำว่า Longevity ผ่านหูผ่านตากันมาบ้าง แต่ก็คงจะมีไม่น้อยเช่นกันที่ยังไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร เพราะคำนี้เพิ่งจะนำมาถูกพูดถึงและใช้กันในวงกว้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับในแวดวงของการดูแลสุขภาพเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมานี้เอง ในบทความนี้จึงจะชวนผู้อ่านมาทำความรู้จักกับ ลองเจวิตี้ นี้ว่าตกลงแล้วมันหมายถึงเทรนด์สุขภาพสำหรับโลกยุคใหม่ หรือแนวคิด ปรัชญาการดูแลสุขภาพแบบใด และมีความแตกต่างไปจากเทรนด์สุขภาพที่เคยเกิดขึ้นมาาก่อนอย่างไร ถึงได้ทำให้ผู้คนทั่วโลกหันมาสนใจ Longevity คือแนวคิด ไม่ใช่เทรนด์ อันดับแรกที่เราต้องทำความเข้าใจกันก็คือ ลองเจวิตี้นั้นไม่ใช่เทรนด์การดูแลสุขภาพของโลกยุคใหม่ หากแต่เป็นแนวคิดการดูแลสุขภาพที่มีผู้คนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลกยึดถือและใช้เป็นกรอบอ้างอิงการดูแลสุขภาพของตนเองอยู่แล้ว โดยมีสาระสำคัญอยู่ที่การสามารถมีอายุที่ยืนยาวไปพร้อม ๆ กับการมีสุขภาพที่แข็งแรงด้วย เรียกได้ว่าหัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพแบบลองเจวิตี้ก็คือ ต้องไม่ใช่แค่การอยู่ได้นาน แต่ต้องอยู่ได้แบบแข็งแรง พึ่งพาตัวเองได้ ไม่เป็นภาระของลูกหลานหรือสังคมนั่นเอง ซึ่งแม้ว่าแนวคิดดังกล่าวจะเหมือนปรัชญาพื้นฐานของชีวิต ทว่าเนื่องจากสังคมทั่วโลกในช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมามุ่งเน้นไปที่การทำงานหนัก การประสบความสำเร็จในเชิงทุนนิยม ทำให้แนวคิดดังกล่าวไม่ได้อยู่ในกระแสสังคมสักเท่าไหร่ เน้นการป้องกัน มากกว่าการรักษา อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของแนวคิดการดูแลสุขภาพแบบ Longevity ก็คือ การโฟกัสไปที่การป้องกันปัญหาสุขภาพ รวมถึงเสริมสร้างสุขภาพให้้แข็งแรงตั้งแต่เนิ่น ๆ แทนที่จะไปโฟกัสที่การรักษา หรือการพบแพทย์ ทานยาตามแพทย์สั่งเหมือนที่เกิดขึ้นกับสังคมทั่วโลกในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งจะเห็นได้ว่าผู้คนจำนวนมากทุ่มเททำงานหนักจนละเลยที่จะป้องกันปัญหาสุขภาพที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ไป จนสุดท้ายแล้วก็ต้องใช้เงินที่หามาได้และชีวิตในช่วงบั้นปลายไปกับการรักษาโรคร้ายต่าง ๆ ที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของตนเอง โดยแนวทางการป้องกันปัญหาสุขภาพตามหลักคิดแบบลองเจวิตี้นั้นแบ่งแยกย่อยได้หลายวิธีดังนี้ - เน้นการบริโภคอาหารแบบ Whole Food หรือก็คือการทานอาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุดนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเนื้อสัตว์ที่นำมาผ่านการปรุงง่าย ๆ เช่น ต้ม นึ่ง กลุ่มพืชผักที่ผ่านกระบวนการปรุงสุกอย่างง่ายเช่นกัน ซึ่งอาหารกลุ่ม Whole Food นับได้ว่าเป็นกลุ่มอาหารที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายสูง และเกิดเอฟเฟกต์ในเชิงลบ เช่น ปริมาณโซเดียม สารก่ออักเสบ ความยากในการย่อยหรือดูดซึม อยู่ในระดับต่ำ ขณะเดียวกันก็ควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูประดับสูง หรือ Ultra-Processed Food ซึ่งให้ผลลัพธ์ตรงกันข้าม เช่น พวกเนื้อสัตว์แปรรูป ไส้กรอก แฮม แป้งขัดสี ขนมขบเคี้ยว เป็นต้น - ออกกำลังกาย เสริมสร้างกล้ามเนื้อ อีกหนึ่งวิธีที่นับว่าช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพได้ดีตามแนวคิด Longevity ก็็คือ การออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อ หรือการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งนั่นเอง ทั้งนี้มีงานวิจัยมากมายที่บ่งชี้ว่ามวลกล้ามเนื้อมีส่วนช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพได้หลายอย่าง ซึ่งนับรวมถึงการลดความรุนแรงของอาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ หรือแรงกระแทกต่าง ๆ ด้วย - คุณภาพการนอน ปัจจัยป้องกันปัญหาสุขภาพปัจจัยนึงที่มักจะถูกหลงลืมไป โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยทำงานที่เติบโตมากับแนวคิดแบบ WorK Hard หรือการทุ่มเททำงานหนักเพื่อไขว่คว้าความสำเร็จก็คือ คุณภาพของการนอนหลับนั่นเอง ทั้งนี้คุณภาพการนอนหลับถือได้ว่าสัมพันธ์อย่างยิ่งกับปัญหาสุขภาพ โดยกลุ่มคนที่มีคุณภาพการนอนหลับที่ดี มีช่วงระยะเวลาการหลับลึก หรือ Deep Sleep ในแต่ละคืนที่ยาวนานพอ มีแนวโน้มที่จะมีสุขภาพแข็งแรงกว่ากลุ่มคนที่มีปัญหาการนอน หรือหลับไม่ลึก หลับ ๆ ตื่น ๆ อย่างชัดเจน แนวคิด Longevity จึงค่อนข้างให้ความสัำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการนอนหลับที่ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุณหภูมิ แสง เสียงรบกวนต่าง ๆ Longevity คือการดูแลสุขภาพแบบบูรณาการ อีกหนึ่งสาระสำคัญที่ทำให้แนวคิดการดูแลสุขภาพแบบ Longevity แตกต่างไปจากแนวคิดการดูแลสุขภาพแบบอื่น ๆ กระทั่งกลายมาเป็นกระแสนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 เป็นต้นมา ก็คือการใส่ใจดูแลชีวิตแบบองค์รวม หรือบูรณาการทุกด้านของชีวิตเข้าด้วยกันนั่นเอง ทั้งนี้ที่ผ่านมาหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการมองเรื่องของสุขภาพแยกออกจากเรื่องอื่น ๆ ของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องความสัมพันธ์ แต่สำหรับหลักคิดแบบ Longevity นั้น มองว่าสุขภาพมีความสัมพันธ์กับด้านอื่น ๆ ของชีวิตอย่างแยกออกจากกันไม่ได้ และก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องพยายามรักษาสมดุลด้านต่าง ๆ ของชีวิตเพื่อให้สามารถมีสุขภาพที่แข็งแรงและอายุที่ยืนยาวไปพร้อม ๆ กัน ได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่าสุขภาพมีความสัมพันธ์กับทุกด้านของชีวิตก็อย่างเช่น ความเครียดจากการทำงานที่ส่งผลต่อการนอนหลับ ปัญหาความสัมพันธ์ที่ส่งผลต่อสุขภาวะอารมณ์ในชีวิตประจำวันของเรา ดังนั้นหากต้องการมีสุขภาพที่ดี เราก็จำเป็นต้องบริหารจัดการความเครียดจากงาน และบริหารความสัมพันธ์ให้ราบรื่นด้วยนั่นเอง ณัฐเลิร์นกิฟต์ เขียน ที่มาภาพปก/ประกอบ ภาพปก, ภาพประกอบ 1, ภาพประกอบ 2, ภาพประกอบ 3, ภาพประกอบ 4 เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !