ก่อนวันทำเลเซอร์ติ่งเนื้อที่หน้าและคอ ตัดสินใจเลือกทำหัตถการเลเซอร์ CO2 (ซีโอทู) ติ่งเนื้อบริเวณคอและหน้า ที่โรงพยาบาลนครธนกับแพทย์หญิงเฉพาะทางผิวหนังท่านหนึ่ง เพราะเดินทางสะดวก มีเรตราคาเหมา นัดไว้เช้าวันเสาร์ ไปแล้วทำเลย ก่อนหน้าวันนัด โทรไปสอบถามข้อมูลการเตรียมตัวก่อนทำ ควรเลี่ยงแสงแดดจัดๆอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนทำ ควรหยุดยาหรืออาหารเสริมชนิดที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด แจ้งประวัติแพ้ยาและโรคประจำตัว และสอบถามรายชื่อแพทย์ แล้วค้นหาข้อมูลแพทย์บนเว็บไซต์ของรพ.นครธน เพื่อระบุชื่อแพทย์ แล้วโทรไปทำนัดเลย จะได้ไม่ต้องมีค่าแพทย์ตรวจปรึกษาก่อนวันทำ มีโทรไปสอบถามกับรพ.ยันฮี ทราบว่าไม่มีเรตเหมา คิดราคาเป็นจุดๆ วันทำเลเซอร์ :พบแพทย์ประเมิน วันนัดทำเลเซอร์ มาถึงรพ.ต้องไปเข้าแถวติดต่อแจ้งข้อมูลตัวเองที่เคาน์เตอร์ชั้น 1 แล้วคล้องสายรัดข้อมือคนไข้ (Patient ID Wristband) เป็นอุปกรณ์สำคัญใช้เพื่อระบุตัวตน ลดความผิดพลาดในการรักษา แล้วเข้าพบแพทย์ประเมินผิวส่วนที่จะทำ เลเซอร์ เหมา 18,000 บาท ตกลงกันเรียบร้อย พยาบาลนำใบประเมินค่าใช้จ่ายฯ มาให้ดู รายการที่เพิ่มมีค่ายา 400 บาท ค่าแพทย์ 800 บาท ค่าเวชภัณฑ์ 500 บาท ค่าบริการ รพ.และพยาบาล 350 บาท รวมโดยประมาณ 20,100 บาท ตามจริงอาจมีบวก/ลบจากใบประเมินนิดหน่อย แล้วลงชื่อรับทราบ :ทายาชาทิ้งไว้ 30 นาที แล้วเช็ดออก ขั้นตอนทายาชา นางพยาบาลเดินนำไปขึ้นเตียงที่จัดเรียงรายกันประมาณ 8-9 เตียง กั้นด้วยผ้าม่าน พยาบาลสวมถุงมือควักยาชาให้ดูเป็นเนื้อครีมข้น ทาทั่วหน้าและคอ เว้นบริเวณรอบดวงตา จุดขอบตาขนตาใกล้ดวงตาจะใช้วิธีฉีดยาชาโดยคุณหมอก่อนยิงเลเซอร์ หลังทายาชาสักพัก รู้สึกเย็นและแสบผิวนิดๆในช่วงแรกๆ บริเวณเปลือกตาบนใกล้คิ้ว แจ้งให้พยาบาลใช้ก้านสำลีเล็กๆทายาชา จะได้ไม่เข้าตา ทาเสร็จ ใช้พลาสติกใสปิดทับบริเวณที่ทายาชา เพื่อป้องกันเนื้อครีมไหลย้อย ทิ้งไว้ 30 นาที รู้สึกเหมือนเอาหน้าลงไปแช่อ่างน้ำแข็ง หน้าชามากๆ พยาบาลเช็ดยาชาออกหมดแล้ว เดินนำเข้าห้องทำเลเซอร์ : ยิงเลเซอร์ที่หน้าและคอ คุณหมอจะยิงเลเซอร์ที่หน้า คอ แล้วจึงทำที่จุดใกล้ดวงตาเป็นลำดับสุดท้าย แต่เราแจ้งขอให้ทำจุดใกล้ดวงตาเป็นลำดับแรก ครอบปิดดวงตาด้วยอายชิลด์ (Eye Shield) มีลักษณะคล้ายคอนแทคเลนส์ โดยต้องหยอดตาด้วยน้ำยาช่วยชุ่มชื้นก่อนใส่ เพื่อความปลอดภัยของดวงตาจากการยิงเลเซอร์บริเวณขอบตาขนตา คุณหมอฉีดยาชา บอกเลยว่าเจ็บมาก แล้วยิงเลเซอร์ เสร็จ ถอดอายชิลด์ แล้วยิงเลเซอร์ที่หน้าต่อ จนเสร็จ ทั้งเจ็บและแสบหน้ามาก ไม่ไหว คุณหมอแนะนำให้มาส์กหน้าเพื่อลดแสบบวมแดง เพิ่มความชุ่มชื้น ด้วย Pure BIM Hydrating Gel Mask แผ่นละ 490 บาท จัดเลยค่ะ 1 ซอง มี 2 ชิ้น ชิ้นหน้าผากตา และชิ้นที่แก้มคางใช้ชิ้นบนแปะตั้งแต่หน้าผากถึงแก้ม 20 นาที ระหว่างเลเซอร์ที่คอจนเสร็จ ใช้ชิ้นล่างมาส์กที่คอต่อ 20นาที สังเกตว่าห้องทำเลเซอร์ แอร์ไม่เย็นฉ่ำเลย ต้องเปิดพัดลมช่วยตลอดเวลา ขอซื้อมาส์กกลับไปใช้อีก 3 แผ่น เพราะรู้สึกว่าช่วยบรรเทาความแสบได้ดี ลักษณะแผ่นมาส์ก เนื้อสัมผัสเหมือนแผ่นก๋วยจั๊บใสๆที่สุกแล้ว ลื่นๆฉีกขาดง่ายมาก ต้องระวังเวลาหยิบจับมาใช้ มาส์กที่ใช้หลังเลเซอร์ ต้องผ่านการฆ่าเชื้อด้วยวิธี Sterilized แล้วเท่านั้น เป็นมาส์กที่ใช้ทางการแพทย์ ออกจากห้องเลเซอร์ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมมาร์ก 4 แผ่น 21,030 บาท แล้วรับยา มีน้ำเกลือเช็ดทำความสะอาดแผล (Sodium Chloride) 1 ขวด และ ยาเจลทาแผล(ChlorOph) 2 หลอด ยาเจลทาฆ่าเชื้อ เคลือบแผลป้องกันแผลแห้งตกสะเก็ดเร็วเกินไปจะทำให้แผลเป็นลึก ไม่ชอบเลย ยาเนื้อเจลทาแล้วเหนอะๆ แต่ต้องทา การดูแลผิวหลังทำเลเซอร์ รีบเข้าบ้านหลบแดด ส่องกระจกก่อนเลย ความแดงบวมไม่ค่อยมากเท่าไหร่ น่าจะเพราะใช้มาส์กช่วยไว้ เอาแช่ตู้เย็นก่อนเลย ช่วงเย็นๆ เช็ดแผลด้วยน้ำเกลือแล้วมาส์กอีกครั้งทั้งหน้าและคอแล้วทายา อีก 2 แผ่นไว้ใช้วันถัดไป เช้าและเย็น แผลเลเซอร์ห้ามโดนน้ำ 24 ชั่วโมง หาเสื้อคอกว้างใส่ ไม่ให้โดนแผลที่คอ เวลานอน ต้องระวังห้ามนอนตะแคงหน้าติดหมอน ไม่อาบน้ำ แค่เช็ดตัว ช่วงนี้กินวิตามิน C และโปรตีนทุกวัน แผลยังไม่ตกสะเก็ด ห้ามทาครีมบำรุงผิวเด็ดขาด วันที่ 2 เช็ดแตะแผลด้วยสำลีแผ่นชุบน้ำเกลืออย่างเบามือ ห้ามลูบ มาส์กหน้า คอทายา จนถึงเย็น 30 ชั่วโมงแล้ว เช็ดตัวแทนการอาบน้ำ ไม่อยากให้น้ำโดนหน้า เพราะแผลหลายจุดมากๆ ใช้น้ำเกลือเช็ดหน้า ส่วนที่คอแตะน้ำเบามือ แล้วรีบซับแห้ง ห้ามลูบ มาส์กหน้าอีกครั้ง แล้วแต้มยา วันที่ 3 แผลที่หน้า เริ่มแห้ง แดงน้อยลง หน้าไม่บวม ดูดีขึ้น น่าจะเพราะมาส์ก วิตามิน C และโปรตีนที่ทานอยู่ เช็ดตัว เช็ดหน้าด้วยน้ำเกลือ ทายา สวมหน้ากากอนามัย ขับรถไปทำงานแต่เช้า เลี่ยงแดด ไปถึงที่ทำงาน ถอดหน้ากากอนามัย สะเก็ดแผลจุดที่กว้างสุดติดออกมาด้วย แย่เลย ดีที่พกยาทามาด้วย ทายา ซับแผล ทายา การดูแลแผลเป็นจากเลเซอร์ วันที่ 4 แผลที่หน้าโดยรวมดีขึ้น วันนี้สระผมแหงนหน้า ไม่ให้ยาสระผมและน้ำโดนหน้า แผลจุดเล็กๆเริ่มตกสะเก็ดหลุดบ้างแล้ว วันที่ 6 แผลแห้งดีมากขึ้น ตามภาพที่ลงไว้ เริ่มอาบน้ำ สระผม ตามปกติ ยังเช็ดแผลด้วยน้ำเกลือ และแต้มยา วันที่ 7-8 แผลตกสะเก็ดหลุดออกเกือบหมดแล้ว เริ่มทาครีมกันแดด สูตรอ่อนโยน ห้ามใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ AHA, Retinol, Collagen หรืออื่นๆที่เข้มข้นออกฤทธิ์แรง เพราะผิวยังบอบบาง ผ่านไปประมาณ 1 เดือน ใช้ได้ หลังจากแผลตกสะเก็ดหมดแล้ว หมั่นทาครีมกันแดด และครีมบำรุง Whitening สูตรอ่อนโยน เลี่ยงแสงแดดจัดๆ สวมหน้ากากอนามัยรุ่นผ้านิ่มไม่บาดผิวเวลาต้องออกนอกบ้าน ต้องโดนแดดทุกวัน ยุคนี้แดดแรงมาก ไม่ป้องกันไม่ได้แน่ๆ ช่วยกันฝุ่น กันเชื้อโรคไปในตัว เราใช้ของ Welcare ผ้านิ่มไม่บาดผิว แผลจะค่อยๆจางลงใน 4-6 เดือน หลังล้างหน้า ก่อนนอนมาส์กหน้าด้วยแผ่นมาส์กหน้า สูตร PDRN คือสารสกัดจากปลาแซลมอน เป็นสารบำรุงระดับโมเลกุลช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิวใหม่จากภายใน ลดรอยแผลเป็น ช่วยให้ความชุ่มชื้น เย็นสดชื่นกับผิวหน้า ใช้มาหลายยี่ห้อ ยี่ห้อที่ลงรูปมาส์กทิ้งไว้ 10-20 นาที ชอบตรงแผ่นกว้างเต็มหน้าเหลือๆ สั่งซื้อจากร้านไลฟ์สดบนเฟสบุ๊ค ราคาถูกกว่าซื้อตามหน้าร้านมาก ไม่ซื้อตามแอปฯต่างๆ เพราะไม่รู้ว่าเป็นของแท้ไหม ช่วงเดือน สองเดือนแรก มาส์กหน้าเกือบทุกวัน สลับยี่ห้อไปเรื่อย โดยรวมผิวหน้าและผิวคอดีขึ้น ขาวขึ้น แผลเป็นจางลงจริง ด้วยการดูแลอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ผลลัพธ์ที่ได้นี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียน ผลลัพธ์ของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและการดูแลที่เป็นเรื่องเฉพาะตัว โปรดใช้วิจารณญาณต่อเนื้อหานี้ เครดิตภาพ: KaijeawCheese เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !