9 วิธีลดอาการปวด ด้วยตัวเองง่ายๆ แนวทางดูแลสุขภาพที่บ้านอาการปวดเกิดขึ้นเนื่องจากกระบวนการการส่งสัญญาณความรู้สึกทางระบบประสาทของร่างกายไปยังสมองค่ะ และเมื่อมีสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่สุขสบาย อาการเจ็บปวดจะเกิดขึ้นเพื่อเตือนร่างกายว่ามีปัญหาบางอย่างหรือมีสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญและต้องได้รับการเยียวยาค่ะ อาการปวดมีสาเหตุที่หลากหลายค่ะ อาจเกิดจากการบาดเจ็บ การอักเสบหรือการทำงานหนักๆ ที่ส่งผลต่อระบบกล้ามเนื้อและข้อต่อต่างๆ ของร่างกายได้ โดยอาการปวดที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นแบบเฉียบพลันหรือเป็นประจำในบางคน โดยอาการปวดที่มีในแต่ละคนอาจมีลักษณะและความรุนแรงที่แตกต่างกันไป คุณผู้อ่านน่าจะพอมองภาพออกแล้วนะคะว่าอาการปวดเกิดได้อย่างไร?เวลารู้สึกปวดตัวเราคนแรกต้องให้ความสำคัญค่ะ เพราะคนอื่นไม่สามารถรับรู้แทนเราได้ว่าปวดมากหรือปวดน้อย ปกติที่โรงพยาบาลจะมีการถามถึงระดับความปวดค่ะ เพื่อนำมาประเมินถึงความรุนแรงของความปวดในตอนนั้น ระดับปวดง่ายๆ ให้บอกโดยใช้ตัวเลขค่ะ ถ้าไม่ปวดเลย ให้ 0 คะแนน และปวดมาก ให้ 10 คะแนน ซึ่งการประเมินความปวดนี้ก็เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากอาการปวดในตอนนั้นค่ะ เพราะอาการปวดถ้าเกิดขึ้นแล้วอาจมีผลเสียที่ส่งผลต่อทั้งร่างกายและจิตใจ ดังนี้ค่ะ- ไม่สะดวกในการใช้ชีวิต อาการปวดที่รุนแรงอาจทำให้เรามีความยากลำบากในการทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ ค่ะ เช่น เดินลำบาก ไม่มีสมาธิในการทำงาน กินข้าวไม่ได้ เป็นต้น- มีภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล การมีอาการปวดเป็นเวลานานอาจส่งผลให้เรารู้สึกหดหู่และท้อแท้ใจได้ค่ะ จึงทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวลตามมาได้ง่ายๆ และอาจมีหงุดหงิดและอารมณ์เสียด้วยกับอาการปวดที่ตัวเองเป็นอยู่- หลีกเลี่ยงกิจกรรมบางอย่าง บางครั้งเวลาเราปวดมากเราอาจจะหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตค่ะ เพื่อลดอาการปวดที่อาจมีเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากกิจกรรมบางอย่าง ซึ่งการหลีกเลี่ยงกิจกรรมบางอย่างอาจมีผลต่อสุขภาพร่างกายได้ค่ะ ยกตัวอย่างให้เห็นเลยก็คือ พ่อของผู้เขียนหลังผ่าตัดไม่อยากเคลื่อนไหวตัวบอกเจ็บและปวดแผลค่ะ ซึ่งถ้าหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวในกรณีนี้ก็จะทำให้มีปัญหาของระบบทางเดินอาหารตามมาอีก เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ- ใช้ท่าทางที่ไม่เหมาะสม ในบางคนพอปวดขาอาจทำให้เขาเดินด้วยการลงน้ำหนักที่ไม่สมดุล หรือบางคนพอปวดหลังอาจเดินก้มมากเกินไปหรือเดิยหลังงอก็ได้ค่ะ ซึ่งผลเสียที่ตามมาอาจทำให้เกิดการเสียสมดุลของระบบกล้ามเนื้อและกระดูกได้- มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ ในบางครั้งพอมีอาการปวดเป็นเวลานานอาจส่งผลให้ความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดแย่ลงได้ค่ะ เนื่องจากอารมณ์ที่หงุดหงิดหรือความเครียดจากการปวดในตอนนั้น- มีความเสี่ยงในการใช้ยา ในบางครั้งอาการปวดอาจไปทำให้บางคนใช้ยาเพื่อลดอาการปวดมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้มีการใช้ยาเกินขนาดและได้รับผลข้างเคียงของยาได้ค่ะเห็นไหมค่ะว่าอาการปวดใช่ว่าจะเป็นปัญหาแค่ตอนปวดซะเมื่อไหร่! แต่กลับมีปัญหาอื่นๆ แอบแฝงอยู่ที่หลายคนอาจมองไม่เห็น! ดังนั้นการรู้ว่าจะดูแลตัวเองยังไงดีตอนปวดก็ถือเป็นกุญแจสำคัญทำให้ลดการเกิดปัญหาใหม่ ซึ่งถ้าเราดูแลตัวเองด้วยความเข้าใจนอกจากจะทำให้อาการปวดหายไปแล้วยังทำให้ไม่มีปัญหาอื่นตามมาด้วยค่ะ ดังนั้นเรามารู้กันเลยดีกว่าค่ะว่าเวลาปวดเราสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อทำให้อาการปวดหายไปค่ะ1. ลดปวดจากการปวดเมื่อยและความเครียด สำหรับข้อนี้มีความจำเป็นต้องไปออกกำลังกายเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและความเครียดค่ะ จากนั้นอาการปวดเมื่อยต่างๆ ก็จะลดลงค่ะ ซึ่งข้อนี้ผู้เขียนประยุกต์ใช้ประจำค่ะ ก็พบว่าอาการปวดเมื่อยลดลงและหายได้จริง2. ลดปวดจากการอักเสบ ปกตินั้นหากมีการอักเสบเกิดขึ้นในร่างกาย เราสามารถสังเกตได้ง่ายๆ ค่ะ โดยจะพบว่ามีอาการปวด บวม แดงและร้อน พอมีการอักเสบเราจึงรู้สึกปวด และการอักเสบส่วนมากจะหายปวดได้ก็ต้องไปจัดการเรื่องการอักเสบที่เกิดขึ้นในร่างกายของเราค่ะ เช่น ถ้ามีบาดแผลอักเสบให้ไปทำแผลให้สะอาดเพื่อลดการติดเชื้อ และกินยาแก้อักเสบเพื่อลดการอักเสบที่กำลังเป็นอยู่ค่ะ โดยส่วนตัวเมื่อไม่นานมานี้มีกล้ามเนื้ออักเสบค่ะก็พบว่ามีอาการปวด จึงแก้ด้วยการหายาแก้กล้ามเนื้ออักเสบมาทาร่วมกับบริหารร่างกายเพื่อทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวค่ะ 3. ลดปวดจากการส่งต่อความปวดจากที่อื่น หลายคนยังไม่รู้ว่าความปวดสามารถส่งต่อจากที่อื่นได้ด้วย เช่น เริ่มต้นที่ปวดฟันแต่ไปมีอาการปวดหัวด้วย เริ่มต้นปวดแผลแต่ก็มีปวดหัวด้วย หรืออะไรประมาณนี้ค่ะ ดังนั้นการจะลดอาการปวดแบบนี้ต้องแก้ไขที่ต้นทางจะดีที่สุดค่ะ เพราะเป็นการปวดแบบส่งต่อมาจากที่อื่น โดยส่วนตัวเคยเป็นเหมือนกันค่ะ ในตอนนั้นมีปวดจากประจำเดือนแต่ก็มีปวดหัวร่วมด้วยค่ะ ที่แก้ไขคืออาบน้ำ สระผม ใส่เสื้อผ้าที่เบาสบายระบายอากาศได้ดี และไปนอนพักด้วยการท่านอนที่ส่งเสริมให้ลดอาการปวดท้องค่ะ โดยนอนหัวสูงก่ำกึ่งระหว่างนอนกับนั่ง ที่ทำให้กล้ามเนื้อช่วงหน้าท่องหย่อนตัวค่ะ 4. ลดปวดจากการฉีดขาด การมีบาดแผลทำให้รู้สึกปวดได้ค่ะ รวมถึงการฉีกขาดของหลอดเลือดในมดลูกระหว่างมีประจำเดือนด้วยนะคะ การฉีกขาดในลักษณะเช่นนี้ให้เราไปจัดการที่อาการปวดค่ะ ง่ายๆ ก็คือ กินยาแก้ปวดค่ะและที่เราสามารถหาได้ง่ายๆ ก็คือกินยาพาราเซตามอลแก้ปวด5. ลดปวดจากความร้อนความเย็น ในบางกรณีอาจมีปัจจัยอื่นในลักษณะคล้ายกันนี้ด้วยนะคะ ในกรณีปวดจากความร้อนก็ให้หลีกเลี่ยงความร้อนค่ะ และถ้าปวดจากความเย็นก็ให้หลีกเลี่ยงความเย็น ถ้าปวดจากอะไรมากระตุ้นก็ให้หลีกเลี่ยงสิ่งนั้น ซึ่งตัวเราต้องเป็นคนสังเกตเองว่าตัวเองมีอาการปวดจากปัจจัยไหน สำหรับผู้เขียนมักมีอาการปวดจากความร้อนค่ะ จึงพยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดในช่วงแดดจัด ร่วมกับกินยาพาราเซตามอลถ้ามีอาการปวดในตอนนั้นจากความร้อนค่ะ6. ลดปวดขาจากการยืนนาน การปวดขาจากการยืนนานเกิดขึ้นได้สำหรับคนทั่วไปค่ะ โดยเฉพาะคนที่มีน้ำหนักตัวเยอะและคนท้อง พอยืนนานจึงมีเลือดคั่งที่น่องและไม่สามารถไหลย้อนกลับมาได้สะดวกค่ะ ซึ่งการลดอาการปวดขาในกรณีนี้มีความจำเป็นต้องยกขาสูง เพื่อกระตุ้นให้เลือดไหลย้อนกลับได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งบริหารขาเพื่อส่งเสริมการไหลเวียนกลับของเลือดค่ะ อย่างไรนั้นหากต้องการอ่านเกี่ยวกับเรื่องนี้ละเอียดขึ้น สามารถอ่านได้จากลิงค์บทความในส่วนท้ายใต้เนื้อหาของบทความนี้ค่ะ7. ลดปวดจากไม่ได้พักผ่อน ต้องบอกว่าข้อนี้ก่อนหน้านี้ผู้เขียนเจอด้วยตัวเองประจำค่ะ พอไม่ได้นอนหรือนอนน้อยมักมีอาการปวดหัวตามมาค่ะ ที่ทำประจำก็จะหยุดเพื่อนอนพักค่ะ แต่ก่อนจะไปนอนพักจะอาบน้ำ สระผม ดื่มน้ำเยอะๆ และถ้าปวดหัวมากจะกินยาพาราเซตามอลก่อนไปนอนค่ะ และตอนหลังมาพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้ตัวเองไม่ได้พักผ่อนค่ะ 8. ลดปวดจากการได้รับบาดเจ็บ ในบางครั้งการได้รับบาดเจ็บอาจไม่ได้มีบาดแผลฉีกขาดขึ้นนะคะ เช่น เท้าชนโต๊ะ ข้อเท้าแพลงตอนเล่นกีฬา เด็กเล่นกันหัวชนผนังห้อง หรืออะไรประมาณนี้ค่ะ ซึ่งการปวดในลักษณะนี้แก้ไขด้วยการประคบเย็นให้เร็วที่สุดหลังจากเกิดการบาดเจ็บค่ะ ด้วยการนำน้ำแข็งใส่ผ้าผืนเล็กๆ ค่ะ ทั้งนี้การปวดจากการบาดเจ็บในลักษณะนี้สามารถลดปวดได้จากการพันด้วยผ้าพันแผลด้วยนะคะ9. ลดปวดจากการกดทับของเส้นประสาท ในกรณีนี้พบได้บ่อยในคนท้องค่ะ เพราะมดลูกและทารกในท้องไปกดบริเวณเส้นประสาทแถวๆ ช่วงเอวมาจนถึงก้นกบค่ะ การนวดบริเวณปุ่มกระดูกช่วงเอวไปจนถึงก้นกบมีส่วนช่วยทำให้สุขสบายมากขึ้นค่ะ ซึ่งการนวดนี้ว่าที่คุณพ่อสามารถทำให้กับภรรยาได้ง่ายๆ ที่บ้านค่ะ และการนวดนี้ยังช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างคู่ชีวิตให้ดีขึ้นด้วยนะคะและทั้งหมดคือตัวอย่างของแนวทางง่ายๆ ในการดูแลตัวเองตอนที่มีอาการปวดค่ะ เวลาปวดอย่างแรกให้ค้นหาสาเหตุค่ะเพราะบางอย่างเราสามารถรู้ได้ด้วยตัวเอง เช่น เป็นประจำเดือน มีบาดแผล หกล้ม ไม่ได้นอน ในลักษณะนี้คนทั่วไปสามารถรู้ได้ตัวเอง เสร็จแล้วให้เอาสาเหตุมาจับกับแนวทางการลดอาการปวดจากทั้ง 9 ข้อในบทความนี้ก็จะทำให้รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไรต่อค่ะ โดยทั้งหมดเป็นความรู้ง่ายๆ ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวันค่ะ อย่างไรก็ตามถ้าเป็นอาการปวดอื่นๆ ที่มีความซับซ้อนนั้นมีความจำเป็นต้องไปพบแพทย์และตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงค่ะ ปกติผู้เขียนมีอาการปวดบ้างแต่ไม่ได้รุนแรง โดยในภาพรวมคือสามารถดูแลตัวเองได้ค่ะ ซึ่งแนวทางที่ได้ดูแลตัวเองก็ได้พูดไว้หมดแล้วในนี้ค่ะ จึงอยากส่งต่อแนวทางการดูแลสุขภาพง่ายๆ เบื้องต้นที่บ้านไว้เพียงเท่านี้ค่ะ และหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณผู้อ่านไม่มากก็น้อยเครดิตภาพประกอบบทความภาพปก โดย Karolina Grabowska จาก Pexelsภาพประกอบเนื้อหา: ภาพที่ 1 โดย RDNE Stock project จาก Pexels, ภาพที่ 2 โดย Karolina Grabowska จาก Pexels, ภาพที่ 3 โดย JESHOOTS.com จาก Pexels, ภาพที่ 4 โดย Andrea Piacquadio จาก Pexelsออกแบบปกใน Canvaบทความอื่นที่น่าสนใจ4 วิธีป้องกันเส้นเลือดขอด ปวดขาจากการยืนนานง่ายๆ ที่บ้านสารอาหารที่ช่วยส่งเสริมการหายของแผล แนวทางง่ายๆ ดูแลตัวเอง9 วิธีดูแลตัวเองตอนเป็นประจำเดือน ทำยังไงเมื่อปวดท้องประจำเดือน เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !