เครดิตรูปหน้าปก: ภาพโดย abdulmominyottabd จาก Pixabay แน่นอนว่าเรื่องของการออกกำลังกายกับเรื่องของการทำสมาธินั้นถ้าดูเผิน ๆ แล้วแทบจะเป็นคนละเรื่องกันเลยด้วยซ้ำ เพราะการออกกำลังกายนั้นเน้นถึงเรื่องของการดูแลสุขภาพร่างกายภายนอกส่วนการนั่งสมาธิเพื่อทำสมาธินั้นกลับตรงกันข้ามคือดูแลสุขภาพจิตและสภาวะอารมณ์ภายในของเรา ถึงแม้ทั้งสองวิธีการจะดีต่อสุขภาพของเราทั้งคู่แต่จะมีใครสักกี่คนที่รู้ว่าทั้งการนั่งสมาธิและการออกกำลังกายนั้นมีหลายสิ่งหลายอย่างที่คลับคล้ายคลับคลากันอยู่ และถ้าคุณเป็นนักกีฬามืออาชีพก็คงจะรู้ดีว่าการทำสมาธิและการฝึกพละกำลังทางร่างกายทั้งสองอย่างล้วนสำคัญไม่แพ้กันถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปก็อาจจะแพ้ในการแข่งขันได้ วันนี้เราจะมาบอกถึงผลลัพธ์ที่เหมือนกันระหว่างการนั่งสมาธิและการออกกำลังกายที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน เครดิตรูป: ที่มา jidaley จาก Pixabay 1. เอ็นโดรฟิน สารเอ็นโดรฟินคือ1 ใน 4 สารสื่อประสาทแห่งความสุขที่เมื่อหลั่งออกมาก็จะทำให้เรารู้สึกถึงความสุข โดยกิจกรรมยอดนิยมที่เราจะได้สารเอ็นโดรฟินนี้มานั้นก็คือการออกกำลังกายนั่นเอง ขณะที่เราออกกำลังกายจนถึงระดับหนึ่งสารเอ็นโดรฟินจากร่างกายของเราก็จะหลั่งออกมา ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและเกิดความสุขขึ้นนั่นเอง แต่นอกจากการออกกำลังกายแล้วได้มีการพบว่าหากเรานั่งสมาธิถึงระดับหนึ่ง สารเอ็นโดรฟิน ก็จะหลั่งออกมาเช่นกัน ทำให้ผู้ที่นั่งสมาธิเกิดความรู้สึกสงบ และผ่อนคลาย ดังนั้นหากคุณรู้สึกไม่สะดวกที่จะออกกำลังกายแต่ต้องการความสุขจากสารเอ็นโดรฟินเพื่อคลายเครียดและความเหนื่อยล้าที่มีตลอดทั้งวันลองนั่งสมาธิดูสิครับ นอกจากจะได้สารเอ็นโดรฟินแล้วการนั่งสมาธิยังช่วยเรื่องของการควบคุมอารมณ์โดยตรงอีกด้วย เครดิตรูป: ที่มา www_slon_pics จาก Pixabay 2. ดีต่อระบบไหลเวียนของเลือด อย่างที่เรารู้กันดีว่าการออกกำลังกายนอกจากจะส่งผลให้เรามีร่างกายที่แข็งแรงแล้วมันยังช่วยให้ระบบภายในของเรามีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นอีกด้วยเพราะการออกกำลังกายนั้นส่วนใหญ่แล้วจะมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องทำให้เราต้องหายใจนำออกซิเจนเข้ามาในร่างกายเป็นจำนวนมากหัวใจและปอดได้ทำงานอย่างเต็มที่ เมื่อเป็นเช่นนั้นระบบไหลเวียนเลือดของเราก็จะทำงานได้ดีขึ้น ในขณะที่การนั่งสมาธินั้นดูเหมือนๆเหมือนการนั่งเฉยๆโดยไม่ทำอะไรแต่แท้จริงแล้วการนั่งสมาธิคือการกำหนดลมหายใจเข้าออกอย่างเป็นจังหวะและต่อเนื่อง ทำให้การหายใจของเราเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ และมั่นคง ระบบไหลเวียนเลือดจึงทำงานได้ดีไม่แพ้การออกกำลังกาย มิหนำซ้ำการนั่งสมาธินั้นยังสามารถทำได้เป็นระยะเวลานานโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยจึงส่งผลดีต่ออวัยวะภายในโดยตรง และแน่นอนว่า เมื่อระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้นโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นจากระบบภายในย่อมหายไป ไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิต หรือแม้กระทั่งโรคหัวใจ ก็สามารถบรรเทาและหายได้ด้วยการนั่งสมาธิ เครดิตรูป: ที่มา smengelsrud จาก Pixabay 3. ทำให้เรานอนหลับสนิท การออกกำลังกายอย่างหนักทำให้เรารู้สึกเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียเมื่อถึงเวลานอนเราจึงสามารถนอนหลับได้อย่างสนิท ในขณะเดียวกันผู้ที่นั่งสมาธิเป็นประจำสามารถควบคุมความคิดไม่ให้ฟุ้งซ่านได้จึงสามารถนอนหลับได้อย่างง่ายดายไม่ต่างกันเลย ซึ่งประโยชน์ของการนอนหลับนั้นก็มีมากมายมหาสารไม่แพ้การออกกำลังกายและการนั่งสมาธิเลยด้วยซ้ำ หากเรานอนหลับสนิทในเวลาที่ถูกต้องร่างกายของเราก็จะหลั่งสารกรดฮอร์โมนออกมาซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพร่างกายของเราเป็นอย่างมาก ตอนนี้เรารู้แล้วว่าไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายการนั่งสมาธิรวมไปถึงการนอนหลับพักผ่อนล้วนส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายและชีวิตของเราเป็นอย่างมาก ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะอยู่เฉย ๆ โดยไม่ทำสิ่งเหล่านี้ โดยเฉพาะการนั่งสมาธิที่นอกจากจะมีข้อดีดังข้างต้นที่กล่าวมายังมีประโยชน์อีกมากมายที่ยังไม่ได้กล่าวถึง ดังนั้นเราควรหาเวลาว่างฝึกฝนการทำสมาธิเพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีของเราทุกคน