ผักคราดหัวแหวน ผักขวัญใจคนที่ชอบกินลาบ ก้อย อ่อม คนอีสานส่วนใหญ่มักนำผักคราดหัวแหวนมากินสดและปรุงเป็นเมนูอาหารเพื่อดับรสชาติอาหารที่มีกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ต่างๆ และทำให้อาหารรสชาติกลมกล่อมมากขึ้นและลิ่นหอมชวนน่ากิน โดยรสชาติของผักคราดหัวแหวนจะมีรสเผ็ดร้อน ขม หวาน เอียนเล็กน้อย เวลาทานจะทำให้ลิ้นและปากชาไปชั่วขณะระหว่างที่ทาน คนสมัยก่อนมักจะเอาผักคราดหัวแหวนมาใช้ในทางสมุนไพรเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยต่างๆ เพราะเป็นผักที่ปลูกง่ายและยังสามารถนำมาประกอบอาหารเป็นเมนูต่างๆได้อีกด้วยทำให้อาหารกลมกล่อมขึ้น ส่วนที่นำมาประกอบอาหารจะเป็น ใบ ยอด ลำต้นและดอก กินได้ทั้งสดและนำไปปรุงเป็นอาหาร เมนูที่นิยมใส่ผักคราดหัวแหวน ลาบ ก้อย แกง อ่อมอีสาน หรือกินกับน้ำพริก ผักคราดจะช่วยดับกลิ่นคาวของอาหารได้เป็นอย่างดี เพื่อให้กลิ่นและรสชาติของอาหารดูน่ากินมากยิ่งขึ้น ส่วนที่ใช้ในทางสมุนไพรก็จะมีตั้งแต่ ดอก ยอด ใบ ลำต้นและราก คือใช้ได้ทุกส่วนเลยคะ ใช้ได้ทั้งสดและตากแห้งเพื่อต้มดื่มรักษาอาการนั้นหรือตำให้ละเอียดเพื่อพอกบริเวณที่เป็นแผลภายนอก การต้มเป็นยาเพื่อดื่มนั้นเพื่อให้ทานง่ายควรผสมน้ำตาลแดงหรือเกลือนะคะ จะได้ดื่มง่ายขึ้นถ้าดื่มเข้าไปสักพักหรือกินในส่วนที่ประกอบเป็นเมนูอาหารและมีอาการชาปากและลิ้นก็ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะผักคราดหัวแหวนนั้นมีสารชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการชา เป็นสารที่มีชื่อว่าspilanth ซึ่งใช้เป็นยาชาเฉพาะที่ได้ แต่ถ้าเราหยุดกินหรือผ่านไปสัก 5-10 นาทีหรือน้อยกว่านั้นอาการชาก็จะหายไปเองคะ คนจีนเองมักนำผัดคราดหัวแหวนไปสกัดทำเป็นยาชาเฉพาะที่ผักคราดหัวแหวนเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก สูง 20 - 30 เซนติเมตร จะเกิดเองได้ในพื้นที่ที่มีชื้นแฉะหรือมีน้ำขัง มักจะเกิดขึ้นได้เองโดยไม่ต้องหว่านเมล็ดก็ได้ ลำต้นมีลักษณะตรงกลมอวบน้ำ ลำต้นมีเขียวออกน้ำตาลมีขนบางเล็กน้อย ใบมีสีเขียวรูปร่างคล้ายรูปหอก รูปไข่ ลักษณะใบจะหยาบมีขน ปลายใบแหลม ดอกจะมีสีเหลืองเป็นกระจุกเล็กๆเหมือนหัวแหวนข้างในจะมีเมล็ดเล็กจะมีสีน้ำตาล การปลูกก็ทำได้ง่ายๆจะปลูกจากการเพาะเมล็ดหรือการปักชำก็ได้ แต่ถ้าให้ผู้เขียนแนะนำขอเป็นวิธีการปักชำจะได้ลำต้นที่ใหญ่และแข็งแรงสมบูรณ์กว่าการเพาะเมล็ด ช่วงแรกๆให้หมั่นรดน้ำทุกวันจนต้นติด เกิดการงอกของกิ่งก้านแล้วค่อยลดปริมาณการให้น้ำลง รดให้พอประมาณไม่ต้องแฉะมากก็ได้คุณค่าทางโภชนาการผักคราดหัวแหวน 100กรัม พลังงาน 32 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 1.9 กรัม น้ำ 89 กรัมแคลเซียม 162 มิลลิกรัม คาร์โบไฮเดรต 7.1 กรัม ไขมัน 0.3 กรัมเหล็ก 4 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 41มิลลิกรัมวิตามินเอ 3,917 มิลลิกรัม วิตามินบี1 0.03 มิลลิกรัม วิตามินซี 20 มิลลิกรัม ประโยชน์และสรรพคุณผักคราดหัวแหวน แก้ร้อนในแก้คออักเสบช่วยขับน้ำลายแก้ปากแห้งแก้เลือดออกตามไรฟันแก้ฝีในคอแก้ปวดศีรษะแก้ปวดบวมแก้คันคอแก้ไอแก้ตัวร้อนแก้ปวดฟันแก้ปวดหัวแก้ฝีดาษแก้ตาฟางแก้ดีซ่านแก้ปวดบวมแก้ไอกรนแก้ต่อมทอนซิลอักเสบช่วยขับปัสสาวะแก้บิดแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อแก้ริดสีดวงแก้หลอดลมอักเสบแก้ผิวหนังเป็นผื่นแก้ปวดหลังคลอดบุตรแก้แผลเรื้อรังหายยากช่วยระบายอ่อนๆช่วยขับลมช่วยให้เจริญอาหารผู้เขียนเองเคยใช้ผักคราดหัวแหวนเมื่อตอนเด็กๆในช่วงที่ฟันน้ำนมกำลังหลุดออกจากปากทีละซี่ทีละซี่ จะมีอาการปวดบวมที่เลือดและปาก ย่าของผู้เขียนเองก็เอาดอกสีเหลืองของผักคาดหัวแหวนมาตำกับเกลือ เพื่อให้ผู้เขียนอมไว้ หรือบางครั้งใช้สำลีชุบแล้วเอามาอุดร่องฟันที่ปวด ทนขมหน่อยนิดนึงนะรับรองว่าได้ผล 100%สูตรนี้ อมไว้สักประมาณ 3-5 นาที อาการปวดก็จะค่อยทุเลาลงและทำให้ไม่มีเลือดไหลด้วยนะ ถ้าปวดมากวันนึงให้อมเช้า - เย็น ไม่เกิน 2 วันก็ไม่มีอาการปวดแล้วคะ ในตลาดไม่มีขายนะคะเพราะมีปลูกแทบทุกบ้านและเป็นผักที่ไม่ค่อยนิยมทานกันเท่าไหร่คะ ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สูงสุดให้กับเพื่อนๆนะคะภาพปก ออกแบบจากcanvaโดยผู้เขียนบทความและภาพประกอบบทความโดยผู้เขียนบทความเปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !