"การเข้าร่วม งานวิ่ง ไม่ใช่แค่เรื่องของการก้าวขาไปข้างหน้า" แต่คือการเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจเพื่อให้คุณผ่านเส้นชัยอย่างมีความสุข วันนี้ผมจะมาสรุป 5 สิ่งสำคัญที่ต้องทำก่อนวันงานจริงมาฝากครับ 1. เลือกอุปกรณ์ที่ “ผ่านการใช้งานจริง” แล้วเท่านั้น วันจริงอย่าเพิ่งใส่รองเท้าคู่ใหม่แกะกล่องลงสนามเด็ดขาด! เพราะถึงแม้เราอยากอวดความไฉไลของคู่ใหม่ หรือเราจะลองกัดมันก่อนมันก็ไม่ช่วยอะไร ดังนั้นให้เลือกรองเท้าที่สวมใส่สบายและเคยผ่านการซ้อมมาแล้ว (ชินเท้า) รวมถึงเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ไม่เสียดสีผิว (และอีกเคล็ดลับอย่าลืมใช้ Vaseline หรือครีมกันเสียดสีทาบริเวณขาหนีบหรือหัวนมหากเป็นทางไกล) ขาจะได้ไม่เบียดและเสียดสีกัน 2. วางแผนการกินและพักผ่อนให้เพียงพอ การพักผ่อนคือยาวิเศษ 3 วันก่อน งานวิ่ง ให้เน้นทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนและดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายสะสมพลังงาน (Carb Loading) และที่สำคัญที่สุดคือการนอนหลับให้ได้ 7-8 ชั่วโมงในคืนก่อนวันแข่ง เพื่อให้กล้ามเนื้อฟื้นฟูเต็มที่ และร่างกายจะได้ไม่เพลีย 3. ตรวจสอบ "Race Pack" และเตรียมของที่ต้องพก เช็คในซองอุปกรณ์ให้ครบถ้วน โดยเฉพาะ BIB (เบอร์วิ่ง) ที่ต้องติดที่หน้าอกให้เห็นชัดเจน และแนะนำสิ่งที่ควรพกติดตัวคือ เจลให้พลังงาน (Energy Gel) สำหรับระยะทางเกิน 10 กม.เพราะสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ทันที ช่วยลดอาการหมดแรงหรือ "กำแพง" (Hitting the wall) ระหว่างออกกำลังกายหนัก โทรศัพท์มือถือและเงินสดเล็กน้อย (ไม่ต้องพกไปเป็นแสน) อุปกรณ์กันแดด เช่น หมวก หรือแว่นตากันแดด (อันนี้ช่วยได้เยอะเลยนะ) 4. ซ้อมวิ่งด้วย "ตารางที่เหมาะสม" ในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนแข่ง ให้ลดความเข้มข้นของการซ้อม (Tapering) เพื่อเก็บแรงไว้ใช้ในวันจริง อย่าหักโหมซ้อมหนัก เพราะจะทำให้ร่างกายล้าและเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ 5. ข้อควรระวัง: ฟังเสียงร่างกายตัวเอง หากรู้สึกเจ็บผิดปกติก่อนวันงาน อย่าฝืนเด็ดขาด การวิ่งที่ดีคือการวิ่งให้จบและร่างกายยังสมบูรณ์ดี รวมถึงศึกษาเส้นทางและจุดบริการน้ำให้ดี เพื่อประเมินความเหนื่อยในแต่ละช่วงครับ Q&A ไขข้อข้องใจก่อนลงสนาม Q1: ถ้าวันแข่งรองเท้าคู่เก่งพังหรือกัดเท้ากะทันหัน ควรทำอย่างไร? A1: อย่าฝืนใช้รองเท้าคู่ที่ไม่เคยผ่านการซ้อมมาก่อนเด็ดขาดครับ หากรองเท้าคู่เก่งมีปัญหา แนะนำให้เตรียม "รองเท้าสำรอง" ที่คุณเคยใส่เดินหรือซ้อมวิ่งในระยะใกล้ๆ มาก่อน หรือเตรียม พลาสเตอร์กันรองเท้ากัด (Blister Plaster) และวาสลีนไว้ที่จุดเสี่ยง (ส้นเท้า/นิ้วเท้า) เพื่อลดแรงเสียดสีให้ได้มากที่สุดครับ Q2: จะทราบได้อย่างไรว่าเราควรเลือกวิ่งที่ความเร็ว (Pace) เท่าไหร่? A2: สำหรับมือใหม่ ให้ยึดหลัก "Conversation Pace" หรือความเร็วที่เมื่อวิ่งไปแล้ว คุณยังสามารถพูดคุยเป็นประโยคได้โดยไม่หอบจนเกินไปครับ อย่าพยายามวิ่งตามคนอื่นที่เร็วกว่า ให้รักษาระดับความเร็วที่ตัวเองซ้อมมา เพราะจะช่วยให้คุณวิ่งจนจบระยะทางได้โดยไม่หมดแรง (Bonk) ไปเสียก่อน Q3: กรณีลืมทานอาหารเช้าหรือตื่นสายจนไม่มีเวลาทาน ควรแก้ปัญหาอย่างไร? A3: อย่าฝืนวิ่งท้องว่างโดยไม่มีแหล่งพลังงาน เพราะเสี่ยงต่อการหน้ามืดหรือน้ำตาลตกครับ หากไม่มีเวลาทานมื้อหลัก ให้หา กล้วยหอม 1 ลูก หรือ ขนมปังแผ่น และ เครื่องดื่มเกลือแร่ ทานระหว่างเดินทางไปสนาม หรือก่อนเริ่มวิ่งประมาณ 30-45 นาที เพื่อให้ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดไปใช้เป็นพลังงานทันทีครับ หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยให้ทุกคนเตรียมตัวไปสนุกกับงานวิ่งได้อย่างมั่นใจนะครับ ใครมีคำถามเพิ่มเติมหรืออยากแชร์เทคนิคส่วนตัว คอมเมนต์คุยกันได้เลย! ภาพ : เสือซ่อนยิ้ม เรื่อง: เสือซ่อนยิ้ม เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !