ถ้าพูดถึงยาหยอดตา น้อยคนมาก ๆ ที่จะไม่เคยใช้ และถ้าหากถามต่อว่าใครหยอดตาไม่เป็นบ้าง เชื่อว่าทุกคนก็คงปฏิเสธอีกเช่นกันใช่ไหมคะ เพราะการใช้ยาหยอดตานั้นดูช่างง่ายแสนง่าย เพียงแค่เปิดฝาแล้วหยดน้ำยาออกจากปลายขวดใส่ลงไปในดวงตาก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย แต่ทราบไหมคะว่าจริง ๆ แล้วยาหยอดตาก็จัดเป็นหนึ่งในยาที่ต้องมีเทคนิคพิเศษในการใช้เช่นกัน เราในฐานะเภสัชกรจะขออนุญาตพาทุกท่านมาทำความเข้าใจวิธีการใช้ยาหยอดตาอย่างถูกต้องและปลอดภัยผ่านบทความนี้กันค่ะภาพประกอบจาก freepik.com อ่านฉลากยาก่อนทุกครั้ง ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดก่อนเริ่มใช้ยาหยอดตาก็คือการ “อ่านฉลากยา” นั่นเอง เช่นเดียวกับการใช้ยาตัวอื่น ๆ ที่ผู้ใช้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจวิธีการใช้ยานั้น ๆ ผ่านฉลากยาก่อนเสมอ ซึ่งยาหยอดตาบางตัวอาจใช้หยอดเฉพาะเวลาที่มีอาการเท่านั้น อย่างเช่นน้ำตาเทียมที่เราจะใช้หยอดตาเมื่อมีอาการตาแห้งหรือเคืองตา ขณะที่ยาบางตัวอาจต้องหยอดบ่อยถึงทุก 1 ชั่วโมง เช่น ยาหยอดตาฆ่าเชื้อกรณีที่มีอาการตาอักเสบติดเชื้อรุนแรง ยาหยอดตาที่หยอดวันละ 1 ครั้งบางชนิดควรหยอดตอนเช้า ขณะที่บางชนิดแพทย์อาจสั่งให้หยอดก่อนนอน ดังนั้นหากเราไม่ทำความเข้าใจในฉลากยาก่อนใช้ยาก็อาจทำให้เราใช้ยาผิดและส่งผลต่อผลการรักษาได้ค่ะภาพประกอบจาก freepik.com ล้างมือให้สะอาด ก่อนเริ่มใช้ยาหยอดตาทุกชนิดควรล้างมือให้สะอาดก่อนทุกครั้ง เพราะมือที่ปนเปื้อนเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกหากไปสัมผัสกับดวงตาหรือขวดยาหยอดตาก็อาจจะมีโอกาสทำให้เกิดอาการตาระคายเคืองหรืออาจมีเชื้อโรคเข้าไปในดวงตาแล้วทำให้เกิดตาอักเสบติดเชื้อตามมาได้ ซึ่งหากมั่นใจว่าเราล้างมือสะอาดและเช็ดมือให้แห้งดีแล้วก็ถึงเวลาพร้อมหยอดตาได้เลยภาพประกอบจาก freepik.com ถอดคอนแทคเลนส์ก่อนทุกครั้ง สำหรับใครที่ไม่ได้ใส่คอนแทคเลนส์อยู่แล้วก็ให้ข้ามไปที่ข้อต่อไปได้เลย ส่วนคนที่กำลังใส่อยู่อย่าลืมถอดคอนแทคเลนส์ออกก่อนใช้ยาหยอดตาทุกครั้ง และหากมีภาวะตาอักเสบหรือตาแดงจากการติดเชื้อก็ควรงดใช้คอนแทคเลนส์จนกว่าจะหายเป็นปกติค่ะ เขย่าขวด หรือไม่เขย่า ยาหยอดตาบางชนิดมีคุณสมบัติเป็นยาน้ำแขวนตะกอน หมายความว่าตัวยาทำจากผงยาที่ไม่ละลาย เมื่อตั้งทิ้งไว้อาจทำให้มองเห็นเป็นตัวยาตกตะกอนอยู่ที่ก้นขวดได้ ดังนั้นจึงย้อนกลับไปที่ข้อแรกคือการอ่านฉลากยาก่อนทุกครั้งว่ายานี้จำเป็นต้องเขย่าขวดหรือไม่ เพราะยาหยอดตาหลายชนิดมักจะบรรจุอยู่ในขวดทึบแสงจึงทำให้เราไม่สามารถมองเห็นตัวยาที่อยู่ข้างในได้ ซึ่งถ้าเป็นยาน้ำแขวนตะกอนก็ให้เขย่าขวดยาขึ้นลงก่อนหยอด แต่ถ้าเป็นยาหยอดตาชนิดใสก็สามารถหยอดได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องเขย่าค่ะภาพประกอบจาก freepik.com เปิดฝาแล้ววางหงาย ฝาขวดยาหยอดตาเป็นสิ่งที่มีโอกาสสัมผัสกับปลายหลอดยาหยอดตามากที่สุด ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยเราจึงไม่ควรวางคว่ำฝาขวดยาหยอดตาไว้กับโต๊ะโดยเด็ดขาด เพราะอาจมีสิ่งปนเปื้อนหรือเชื้อโรคเข้าไปในฝาขวด เมื่อเราปิดฝาขวดก็จะทำให้สิ่งแปลกปลอมนั้นตกลงไปในขวดยาหยอดตาได้ ดังนั้นหลังจากเปิดฝาขวดเพื่อเตรียมหยอดตาให้วางหงายฝาขวดไว้ แต่กรณีที่เป็นฝาขวดแบบแบนหรือไม่สามารถวางหงายได้ก็ให้วางลงบนวัตถุรองรับที่สะอาดค่ะภาพประกอบจาก freepik.com หยอดตาด้วยท่าที่ถูกต้อง ท่าที่เภสัชกรจะแนะนำสำหรับการใช้ยาหยอดตาก็คือการใช้มือข้างหนึ่งดึงหนังตาล่างของดวงตาข้างที่จะหยอดลงมาเป็นกะพุ้ง โดยอาจเงยหน้าขึ้นและเหลือบตามองด้านบนเล็กน้อย บีบน้ำยาออกจากปลายขวดเข้าไปที่เนื้อตาตรงหนังตาล่าง ซึ่งโดยทั่วไปการหยอดตาแต่ละครั้งให้หยอดเพียงครั้งละหนึ่งหยดก็เพียงพอแล้ว เนื่องจากปริมาตรสำหรับรองรับของเหลวในดวงตามีจำกัด การหยอดยามากกว่าหนึ่งหยดอาจทำให้น้ำยาไหลออกซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองยาและทำให้ยาหมดเร็วกว่าปกติ เว้นแต่ว่ายาที่ปลายหลอดเล็กหรือกรณีที่แพทย์สั่งให้หยดครั้งละมากกว่าหนึ่งหยดค่ะ ซึ่งหากจำเป็นต้องหยอดซ้ำหากเป็นยาตัวเดิมก็ให้เว้นอย่างน้อย 1 ถึง 2 นาที แต่หากเป็นยาต่างชนิดกัน ควรหยอดห่างกันอย่างน้อย 5 ถึง 10 นาทีค่ะ หลังหยอดแล้วก็ให้หลับตาสักครู่หนึ่งจากนั้นจึงค่อย ๆ ลืมตาได้ เสร็จแล้วก็ปิดฝาขวดยาหยอดตาให้สนิท ก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการหยอดตาค่ะภาพประกอบจาก freepik.com แต่เทคนิคการใช้ยาหยอดตายังไม่หมดเพียงเท่านี้นะคะ ไปดูกันต่อดีกว่าค่ะว่ายังมีอะไรอีกบ้าง ระวังเรื่องความสะอาด เพื่อความสะอาดของยาหยอดตา ขณะที่ใช้ยาหยอดตาทุกครั้งต้องระวังอย่าให้ปลายหลอดไปสัมผัสกับมือหรือส่วนใด ๆ ของตา ให้ใช้วิธีบีบแล้วให้น้ำยาหยดลงมาจากปลายขวดค่ะ และห้ามใช้ยาหยอดตาร่วมกับผู้อื่นเป็นอันขาดนะคะ ของใครของมันเท่านั้นจะขอยืมกันไปใช้ไม่ได้เลย ภาพประกอบจาก freepik.com ยาอาจทำให้ตาพร่ามัวชั่วขณะ หลังหยอดตาเสร็จอาจมีอาการตาพร่ามัวได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยควรงดเว้นการทำกิจกรรมที่เสี่ยงเกิดอันตราย เช่น การขับขี่ยานพาหนะหรือการใช้เครื่องจักร ควรเว้นระยะให้การมองเห็นกลับเป็นปกติก่อนทำกิจกรรมใด ๆ ต่อ หยอดตาแต่อาจขมคอ เนื่องจากภายในดวงตาเรามีท่อเชื่อมไปเปิดที่บริเวณลำคอ เมื่อหยอดตาอาจมียาหยอดตาไหลไปออกที่บริเวณดังกล่าวแล้วทำให้รู้สึกขมได้ ดังนั้นหากต้องการหลีกเลี่ยงอาการขมคอหลังหยอดตาแนะนำให้กดหัวตาเบา ๆ ไว้ครู่หนึ่ง แต่อาการขมคอนี้ไม่ได้เป็นอันตรายแต่อย่างใดค่ะภาพประกอบจาก freepik.com การเก็บรักษายาหยอดตา ไม่ใช่ยาหยอดตาทุกชนิดที่ต้องเก็บไว้ในตู้เย็น ดังนั้นเพื่อความแน่ใจอาจอ่านเอกสารกำกับยาหรือสอบถามจากเภสัชกรทุกครั้ง แต่ยาหยอดตาส่วนใหญ่หลังเปิดใช้แล้วจะมีอายุได้เพียง 1 เดือนเท่านั้น ดังนั้นหากเปิดไว้นานเกิด 1 เดือนแล้วแต่ยายังไม่หมดก็ให้ทิ้งไปได้เลยไม่ต้องเสียดายนะคะ ถ้าเอามาหยอดอีกอาจเป็นอันตรายต่อดวงตาได้ค่ะ แต่ยาหยอดตาบางชนิดอาจเป็นชนิดที่ให้ใช้แบบวันต่อวัน เช่น น้ำตาเทียมแบบไม่ใส่สารกันเสีย ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยสูงสุดต้องอ่านฉลากยาก่อนทุกครั้งค่ะ สำหรับเทคนิคการใช้ยาหยอดตาโดยละเอียดอย่างถูกต้องและปลอดภัยก็จบลงเพียงเท่านี้ ติดตามข้อมูลสาระดี ๆ เกี่ยวกับการใช้ยาโดยเภสัชกรได้ใหม่ในบทความหน้านะคะ :)