แมวเป็นสัตว์ที่น่ารัก ได้เห็นครั้งใดก็อดไม่ได้ที่จะหยอกล้อด้วย แต่เราลืมไปว่า แมวเป็นสัตว์ที่มีโลกส่วนตัวสูง และหยิ่งชะมัด เมื่อวานได้เจอแมวจรมาแอบนอนในสวนบ้าน เราเผลอยื่นมือจะไปเล่นด้วย แต่น้องแมวตะปบเข้าที่นิ้วมือจนเกิดรอยขีดข่วนเบา ๆ เรามานึกขึ้นได้อีกที ก็ต้องพาตัวเองมาพบคุณหมอเพื่อรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแล้วค่ะ // ภาพโดย Freepik จาก Freepik // เรามาพบคุณหมอที่แผนกฉุกเฉิน สถาบันบำราศนราดูร เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลของรัฐบาล เราสามารถใช้สิทธิเบิกจ่ายของทางราชการได้ อีกทั้งค่าบริการทางการแพทย์และค่าวัคซีนของที่นี่ราคาไม่แพง กรณีที่ต้องสำรองจ่ายก็พอจะสู้ไหวค่ะ แม้จะเป็นแผลจากแมวข่วน แต่คุณพยาบาลหน้าห้องตรวจแผนกฉุกเฉิน ซักประวัติเบื้องต้นละเอียดมากค่ะ เริ่มตั้งแต่การชั่งน้ำหนัก วัดความดัน วัดค่าออกซิเจน ตำแหน่งของแผล และเวลาที่ถูกแมวข่วน จากนั้นเรานั่งรออยู่สักพักใหญ่ เพราะแผนกฉุกเฉินต้องให้สิทธิผู้ป่วยอาการหนักเข้ารับการตรวจรักษาก่อนนั่นเองค่ะ เมื่อได้เข้าพบคุณหมอ มีการซักถามลักษณะบาดแผลที่ถูกแมวข่วน คือ แม้บาดแผลจะเล็ก มีเลือดซิบ ๆ แต่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรค 2 ตัว คือ โรคบาดทะยัก และโรคพิษสุนัขบ้า // ภาพโดย Freepik จาก Freepik // จากการพูดคุยกับคุณหมอได้ข้อสรุปดังนี้ค่ะ เมื่อปี 2555 เคยฉีควัคซีนป้องกันบาดทะยัก ช่วงตั้งครรภ์ลูก คุณหมอจึงให้ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก กระตุ้น 1 เข็ม เมื่อปี 2554 เคยฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า เพราะถูกแมวที่บ้านกัด คุณหมอจึงให้ฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า กระตุ้น 2 เข็ม โดยในวันแรกนี้ (วันจันทร์) ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก และวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า อย่างละ 1 เข็ม รวมเป็น 2 เข็ม วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า เข็มที่ 2 ฉีดครั้งต่อไปอีก 3 วันข้างหน้า (วันพฤหัสบดี) ค่าวัคซีน/ค่าบริการทางการแพทย์ รวม 420 บาท ซึ่งเบิกคืนได้ทั้งหมดค่ะ // ภาพโดย Freepik จาก Freepik // โรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ซึ่งไม่มีทางรักษา แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกัน ดังนั้น หากถูกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น หมา แมว ลิง หนู ค้างคาว ฯลฯ กัด ข่วน เลีย หรือสัมผัสน้ำลายของสัตว์เหล่านี้ ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ากันนะคะ ส่วนสัตว์เลี้ยงในบ้านของเพื่อน ๆ ก็ต้องฉีดวัตซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นประจำทุกปีด้วยนะคะ เพื่อความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยงที่เรารัก และตัวเราเองค่ะ