ปวดเข่าเวลาเดิน ปวดข้อมือจนหยิบจับของไม่ถนัด หรือตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกนิ้วมือฝืด อาการเหล่านี้อาจดูเหมือนเกิดจากการใช้งานหนัก แต่หากปวดบ่อย เป็นซ้ำ หรือมีข้อบวมร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของ โรคข้ออักเสบ ที่ควรได้รับการตรวจหาสาเหตุ อย่างไรก็ตาม อาการปวดข้อไม่ได้หมายความว่าเป็นข้ออักเสบเสมอไป เพราะอาจเกิดจากการบาดเจ็บหรือความผิดปกติของเนื้อเยื่อรอบข้อ การสังเกตอาการร่วมกับการตรวจโดยแพทย์จึงช่วยให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม โรคข้ออักเสบคืออะไร? โรคข้ออักเสบ (Arthritis) เป็นคำเรียกกลุ่มโรคที่ทำให้ข้อมีอาการปวด บวม ฝืด หรือเคลื่อนไหวลำบาก โดยแต่ละชนิดมีสาเหตุและแนวทางรักษาต่างกัน บางโรคเกี่ยวข้องกับความเสื่อมของข้อ บางโรคเกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ ผลึกที่สะสมในข้อ หรือการติดเชื้อ ข้ออักเสบเกิดได้ทั้งที่นิ้วมือ ข้อมือ เข่า ข้อเท้า และข้ออื่น ๆ อีกทั้งพบได้ในหลายช่วงวัย ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น การรู้ว่าเป็นข้ออักเสบชนิดใดจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการรักษา อาการแบบไหนอาจเป็นสัญญาณข้ออักเสบ? นอกจากอาการปวดข้อ ควรสังเกตความผิดปกติเหล่านี้ร่วมด้วย ข้อบวม ข้อดูใหญ่ขึ้นหรือบวมกว่าปกติ ข้อแดงหรือร้อน ผิวหนังบริเวณข้ออาจแดงและรู้สึกร้อน ข้อฝืดหลังตื่นนอนหรืออยู่นิ่งนาน ขยับข้อได้ไม่คล่องในช่วงแรก เคลื่อนไหวข้อได้น้อยลง เช่น กำมือไม่สุด งอเข่าลำบาก หรือเดินไม่สะดวก ปวดซ้ำหรือปวดต่อเนื่อง จนกระทบการทำงาน การนอน หรือกิจวัตรประจำวัน อาการแต่ละอย่างอาจพบได้ในโรคหลายชนิด จึงไม่ควรใช้เพียงตำแหน่งที่ปวดหรืออาการข้อฝืดตัดสินว่าเป็นโรคใดด้วยตนเอง ปวดข้อบ่อย ๆ เกิดจากโรคอะไรได้บ้าง? 1. โรคข้อเสื่อม ข้อเสื่อมเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของกระดูกอ่อนและโครงสร้างภายในข้อ มักมีอาการปวดสัมพันธ์กับการใช้งาน เช่น ปวดเข่าเวลาเดิน ขึ้นลงบันได หรือลุกจากเก้าอี้ บางรายมีข้อฝืดหลังพักและเคลื่อนไหวได้ลดลง การรักษามักเริ่มจากการปรับกิจกรรม บริหารกล้ามเนื้อรอบข้อ และควบคุมน้ำหนักเมื่อมีน้ำหนักเกิน ร่วมกับการใช้ยาตามความเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกราย 2. โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ รูมาตอยด์เป็นโรคที่ภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติและทำให้เกิดการอักเสบของข้อ มักพบที่ข้อนิ้วมือและข้อมือ อาจมีอาการหลายข้อหรือทั้งสองข้างของร่างกาย ร่วมกับข้อฝืดหลังตื่นนอน การรักษามุ่งควบคุมการอักเสบและลดความเสียหายของข้อด้วยยาควบคุมโรค รวมถึงการติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง การรับประทานยาแก้ปวดเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอสำหรับการควบคุมรูมาตอยด์ 3. โรคเกาต์ เกาต์เกิดจากผลึกยูเรตสะสมในข้อและกระตุ้นการอักเสบ มักทำให้ปวดรุนแรง บวม แดง และร้อนอย่างฉับพลัน โดยพบที่โคนนิ้วหัวแม่เท้าได้บ่อย แต่เกิดที่ข้ออื่นได้เช่นกัน ทั้งนี้ การพบกรดยูริกในเลือดสูงเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเกาต์ แพทย์ต้องพิจารณาร่วมกับอาการและผลตรวจที่เกี่ยวข้อง 4. ข้ออักเสบติดเชื้อ การติดเชื้อในข้ออาจทำให้ปวดรุนแรงอย่างรวดเร็ว ข้อบวมร้อน และขยับหรือเดินลงน้ำหนักลำบาก บางรายมีไข้หรือหนาวสั่น แต่บางรายไม่มีไข้ ภาวะนี้ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันข้อเสียหายและภาวะแทรกซ้อน ปวดข้อเมื่อไรควรพบแพทย์? ควรนัดพบแพทย์หากปวดข้อไม่ดีขึ้น กลับมาเป็นซ้ำ มีข้อบวม หรืออาการเริ่มรบกวนการใช้ชีวิต โดยเฉพาะเมื่อเคลื่อนไหวข้อได้น้อยลงหรือข้อฝืดหลังตื่นนอนเป็นประจำ หากปวดข้อรุนแรงฉับพลันร่วมกับข้อบวมร้อน ขยับข้อไม่ได้ หรือเดินลงน้ำหนักไม่ได้ ควรพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะเมื่อมีไข้หรือหนาวสั่นร่วมด้วย และไม่ควรรอให้มีไข้ก่อนจึงไปตรวจ เพราะข้ออักเสบติดเชื้ออาจเกิดขึ้นโดยไม่มีไข้ได้ แพทย์ตรวจหาสาเหตุของข้ออักเสบอย่างไร? แพทย์จะสอบถามตำแหน่งที่ปวด ระยะเวลาที่มีอาการ ช่วงเวลาที่ปวดมาก ประวัติการบาดเจ็บ โรคประจำตัว และยาที่ใช้ จากนั้นตรวจข้อและการเคลื่อนไหว ก่อนเลือกการตรวจเพิ่มเติมตามความจำเป็น เช่น ตรวจเลือด เอกซเรย์ อัลตราซาวด์ หรือเจาะน้ำในข้อ ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องได้รับการตรวจทุกอย่าง และผลเลือดเพียงรายการเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับวินิจฉัยโรค เช่น รูมาตอยด์บางรายอาจมีผลเลือดปกติได้ แพทย์จึงต้องประเมินข้อมูลหลายด้านประกอบกัน โรคข้ออักเสบรักษาอย่างไร? การรักษาต้องเลือกให้ตรงกับสาเหตุ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดปวด ควบคุมการอักเสบ และช่วยให้ใช้งานข้อได้ดีขึ้น แนวทางอาจประกอบด้วยการใช้ยา กายภาพบำบัด การบริหารข้อ และการปรับกิจกรรม สำหรับข้อเสื่อม การเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและควบคุมน้ำหนักเป็นส่วนสำคัญ ส่วนรูมาตอยด์ต้องใช้ยาควบคุมโรคและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง การผ่าตัดจะพิจารณาเฉพาะผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ เช่น ข้อเสียหายรุนแรงหรือการรักษาวิธีอื่นยังไม่ช่วยให้ใช้งานข้อได้ดีพอ ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อมีอาการปวดข้อ? ลดกิจกรรมที่ทำให้ปวดมากขึ้นชั่วคราว ขยับข้อเบา ๆ เท่าที่ทำได้ หลีกเลี่ยงการฝืนข้อที่ปวดหรือบวมมาก เลือกการออกกำลังกายให้เหมาะกับสภาพข้อและคำแนะนำของแพทย์ จดบันทึกว่าปวดข้อใด เริ่มเมื่อไร มีอาการบวมหรือข้อฝืดนานเท่าใด ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา โดยเฉพาะเมื่อมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอื่นอยู่ หากปวดข้อบ่อย ๆ อย่าปล่อยให้อาการกลายเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิต สามารถปรึกษาแพทย์ที่ โรงพยาบาลกระดูกและข้อ เวชธานี อินเตอร์เนชันแนล เพื่อประเมินสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อมีข้อบวม ข้อฝืด หรือใช้งานข้อได้ลดลง รูปภาพทั้งหมดโดย A.I. เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !