คนที่เป็นเซ็บเดิร์มคงรู้ดีว่าการใช้ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะโรคนี้เป็นแล้วไม่หายขาด ทำได้เพียงรักษาและควบคุมอาการเท่านั้น บางช่วงอาการอาจดีขึ้นจนเหมือนหายไป แต่เมื่อร่างกายอ่อนแอหรือภูมิคุ้มกันตก อาการก็สามารถกลับมาเห่อได้อีกครั้ง สำหรับคนที่กำลังเป็นอยู่คงเข้าใจดีว่ามันทรมานแค่ไหน ทั้งอาการเจ็บ อาการคัน และความระคายเคืองที่สร้างความรำคาญไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่ออาการเกิดขึ้นบริเวณใบหน้า ซึ่งมักทำให้รู้สึกไม่มั่นใจมากขึ้น ส่วนใครที่ไม่เคยเป็น หรือกำลังสงสัยว่าตัวเองอาจมีอาการเซ็บเดิร์มหรือไม่ เดี๋ยวเราจะอธิบายลักษณะอาการคร่าว ๆ ให้เข้าใจกันก่อน จากประสบการณ์ที่อยู่กับโรคนี้มานานเกือบ 10 ปี ซึ่งมีทั้งช่วงที่อาการดีขึ้นและกลับมาเป็นซ้ำ เดี๋ยวจะมาแชร์ทริคและวิธีดูแลตัวเอง รวมถึงการรับมือกับอาการอักเสบตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย เซ็บเดิร์ม คือ โรคผิวหนังอักเสบชนิดหนึ่ง ที่มักเกิดในบริเวณที่มี ต่อมไขมันเยอะ เช่น หนังศีรษะ ใบหน้า ข้างจมูก หลังหู หน้าอก หรือคิ้ว จะมีลักษณะผิวแห้ง ขุยหรือสะเก็ดสีขาวหรือเหลือง บางครั้งผิวแดงอักเสบตามบริเวณที่มีต่อมไขมัน วิธีดูแลตัวเองและการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับคนที่เป็นเซ็บเดิร์ม การดูแลภายนอก 1. ศีรษะ บางคนอาจคิดว่าตัวเองกำลังเป็นรังแค แต่หากลองสังเกตให้ดี อาการที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่เพียงรังแคธรรมดา แต่อาจเป็นการลอกของหนังศีรษะร่วมกับการอักเสบของผิวหนังได้ เนื่องจากบริเวณหนังศีรษะมีต่อมไขมันจำนวนมาก จึงเป็นจุดที่สามารถเกิดเซ็บเดิร์มได้ โดยเฉพาะบริเวณไรผมและท้ายทอย แชมพูที่ใช้อยู่เป็นประจำ Selsun แชมพูตัวนี้จะใช้สัปดาห์ละประมาณ 2 ครั้ง โดยเฉพาะช่วงที่มีอาการหนังศีรษะลอกหรือคัน วิธีใช้คือสระผมแล้วทิ้งไว้ประมาณ 3–5 นาที จากนั้นจึงล้างออก ไม่ควรใช้ทุกวัน เพราะเป็นแชมพูยาและไม่ได้ช่วยให้ผมนุ่มลื่นเหมือนแชมพูทั่วไป ควรใช้สลับกับแชมพูชนิดอื่น ๆ นอกจากนี้ควรลดการใช้ครีมนวดผมให้น้อยลง เพราะหากล้างออกไม่สะอาด อาจทำให้หนังศีรษะเกิดการระคายเคืองได้ Vichy เป็นอีกหนึ่งแชมพูที่เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเซ็บเดิร์ม หรือมีอาการหนังศีรษะแห้ง แนะนำให้ใช้สูตรสีเขียว ซึ่งสามารถใช้ต่อเนื่องได้ สูตรนี้มีทั้งแบบแชมพูธรรมดาและแบบที่ผสมครีมนวดในตัว หลังใช้ประมาณ 1–2 ครั้ง จะเริ่มสังเกตได้ว่าหนังศีรษะดูสุขภาพดีขึ้นและอาการระคายเคืองลดลง ทำไมต้องเลือกแชมพูสำหรับคนเป็นเซ็บเดิร์ม อาการหนังศีรษะแห้ง ลอก หรือเป็นขุย สามารถส่งผลให้เส้นผมอ่อนแอและขาดหลุดร่วงได้ง่าย การเลือกใช้แชมพูที่เหมาะกับสภาพหนังศีรษะ ร่วมกับการดูแลรักษาในรูปแบบอื่น ๆ จะช่วยบรรเทาอาการอักเสบ ลดการระคายเคือง และช่วยควบคุมไม่ให้อาการของโรคกำเริบได้ดีขึ้น เครดิตภาพจาก: https://pin.it/icoyv9VzE 2. ใบหน้า ผิวหน้าถือเป็นบริเวณที่ค่อนข้างบอบบางและดูแลยาก โดยเฉพาะในช่วงที่ผิวกำลังเกิดการอักเสบ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว และหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่อาจกระตุ้นการระคายเคือง เช่น น้ำหอม และแอลกอฮอล์ เพราะสารเหล่านี้สามารถกระตุ้นให้ผิวอักเสบมากขึ้นได้ ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำ เจลล้างหน้า สูตร pH5 ไม่แนะนำให้ใช้โฟมล้างหน้า เพราะโฟมมักทำให้ผิวแห้งและอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย สำหรับตัวที่ใช้อยู่เป็นประจำคือ Eucerin pH5 ซึ่งเป็นเจลล้างหน้าที่มีความอ่อนโยนต่อผิว สามารถใช้ได้แม้ในช่วงที่ผิวกำลังอักเสบ ช่วยทำความสะอาดผิวโดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ครีมบำรุงผิวหน้า ครีมที่ใช้อยู่เป็นประจำมี 2 ตัว คือ CeraVe และ La Roche-Posay B5 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและเสริมความแข็งแรงให้กับผิว ในช่วงที่ผิวเกิดการอักเสบ ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการใช้ครีมที่มีสเตียรอยด์เป็นส่วนผสม แม้ว่าสเตียรอยด์จะช่วยกดอาการอักเสบได้ในระยะสั้น แต่เมื่อฤทธิ์ยาหมด อาการก็อาจกลับมาเป็นซ้ำ และบางครั้งอาจรุนแรงกว่าเดิมได้ ทางที่ดีควรเลือกใช้ครีมที่ช่วยลดความแห้งของผิว และช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงขึ้นจะดีกว่า อีกจุดที่หลายคนอาจมองข้ามคือบริเวณหูและหลังหู ซึ่งเป็นบริเวณที่เซ็บเดิร์มสามารถขึ้นได้บ่อยพอ ๆ กับจุดอื่น ๆ ของใบหน้า สำหรับการดูแลสามารถใช้ครีมบำรุงตัวเดียวกับที่ใช้ทาบนใบหน้าได้เลย เพื่อช่วยลดความแห้งและบรรเทาอาการอักเสบของผิวบริเวณนี้ ครีมกันแดด ครีมกันแดดอาจไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับคนที่เป็นเซ็บเดิร์มมากนัก เพราะอาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ง่าย แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีความจำเป็นต้องใช้ เนื่องจากแสงแดดและรังสี UV สามารถทำร้ายผิวของเราได้ตลอดเวลา ดังนั้นควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีสูตรอ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมของรองพื้น และไม่มีสารที่ช่วยปรับสีผิว เพื่อลดโอกาสการอุดตันและการระคายเคืองของผิว นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการทาบริเวณที่ผิวกำลังอักเสบ หรือใช้ในปริมาณเพียงเล็กน้อยในจุดที่มีอาการ 3. ร่างกาย บริเวณผิวตามร่างกายอาจพบการอักเสบจากเซ็บเดิร์มไม่บ่อยเท่าบริเวณใบหน้าหรือหนังศีรษะ แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากโรคนี้มักเกิดในบริเวณที่มีต่อมไขมันอยู่ ดังนั้นจึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับใบหน้า หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือต้องการควบคุมค่าใช้จ่าย ก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมและแอลกอฮอล์ในปริมาณน้อย เพื่อลดโอกาสการระคายเคืองของผิว ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการฉีดน้ำหอมลงบนผิวโดยตรง เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบได้ การดูแลภายใน การดูแล จากภายใน สำหรับคนที่เป็นเซ็บเดิร์มสำคัญมาก เพราะโรคนี้มักกำเริบตามสภาพร่างกาย เช่น ความเครียด ภูมิคุ้มกันตก หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ หากดูแลร่างกายให้สมดุล ก็จะช่วยลดโอกาสที่อาการจะเห่อได้ วิธีดูแลตัวเองจากภายในเมื่อเป็นเซ็บเดิร์ม 1. พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับให้ได้วันละประมาณ 7–8 ชั่วโมง จะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น หากพักผ่อนไม่เพียงพอ อาการอักเสบของผิวอาจกำเริบได้ง่าย 2. ลดความเครียด ความเครียดเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เซ็บเดิร์มกำเริบ ควรหาวิธีผ่อนคลาย เช่น ออกกำลังกาย เดินเล่น ฟังเพลง หรือทำกิจกรรมที่ช่วยให้จิตใจสงบ 3. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ควรเพิ่มผัก ผลไม้ และอาหารที่มีวิตามินต่าง ๆ โดยเฉพาะวิตามินบี สังกะสี และโอเมก้า 3 ซึ่งช่วยบำรุงผิวและลดการอักเสบของร่างกาย 4. ลดอาหารที่อาจกระตุ้นการอักเสบ บางคนอาจพบว่าอาหารบางประเภททำให้อาการแย่ลง เช่น อาหารมันจัด ของทอด น้ำตาลสูง หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การลดอาหารเหล่านี้อาจช่วยให้อาการดีขึ้น 5. ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำวันละประมาณ 6–8 แก้ว ช่วยให้ผิวไม่แห้งและช่วยให้ร่างกายขับของเสียได้ดีขึ้น 6. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของผิว 7. สังเกตสิ่งกระตุ้นของตัวเอง แต่ละคนอาจมีปัจจัยกระตุ้นที่แตกต่างกัน เช่น อากาศร้อน เหงื่อ ความเครียด หรือผลิตภัณฑ์บางชนิด การสังเกตว่าอะไรทำให้อาการกำเริบจะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงได้ง่ายขึ้น เซ็บเดิร์มเป็นโรคผิวหนังที่อาจไม่ได้อันตรายร้ายแรง แต่ก็สร้างความรำคาญและส่งผลต่อการใช้ชีวิตไม่น้อย เพราะเป็นโรคที่มักกลับมาเป็นซ้ำได้เสมอ การดูแลตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดการอักเสบ รวมถึงการดูแลสุขภาพจากภายใน เช่น การพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ แม้ว่าเซ็บเดิร์มจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่หากเราเข้าใจธรรมชาติของโรคและดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม ก็สามารถควบคุมอาการไม่ให้กำเริบรุนแรง และใช้ชีวิตได้อย่างปกติ เครดิตรูปภาพ ภาพปกออกแบบโดยผู้เขียน ภาพ 1, ภาพ 2 , ภาพ 3, ภาพ 4 เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !