โรคซึมเศร้ากำลังเป็นปัญหาของคนทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่คนไทยในต่างแดน สาเหตุของความซึมเศร้าส่วนหนึ่งก็เกิดจากสภาพเศรษฐกิจ และสังคมที่เปลี่ยนไปในขณะนี้ ที่มีทั้งปัญหาโรคระบาด ความเจ็บป่วย ความสูญเสีย และปัญหาด้านเศรษฐกิจที่ทำให้หลาย ๆ คนตกงาน ไม่มีรายได้หลาย ๆ ครั้งที่ผู้เขียนได้ยิน และได้รับทราบปัญหาซึมเศร้าของคนต่างชาติ รวมทั้งคนไทยในต่างแดน ซึ่งเราเองก็คิดว่าควรต้องหยิบยกเรื่องนี้มาเขียนเพื่อที่หลาย ๆ คนจะได้ทราบปัญหา และได้รับความช่วยเหลืออย่างถูกวิธี โดยจากข้อมูลของคณะแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุถึง 3 สาเหตุของโรคซึมเศร้าดังนี้เกิดจากกรรมพันธุ์เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมอง เกิดจากลักษณะนิสัยบางอย่าง เช่น นิสัยเป็นคนคิดลบ ปัจจัยที่ส่งเสริมให้คนไทยในต่างแดน มีปัญหาซึมเศร้า นอกจากสาเหตุหลักดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีปัจจัยที่ส่งเสริมให้คนไทยในต่างแดน มีปัญหาความซึมเศร้า จนนำไปสู่ปัญหาโรคซึมเศร้าเรื้อรังในที่สุด ผู้เขียนขอยกปัจจัยที่ส่งเสริมให้คนไทยในต่างแดนมีปัญหาโรคซึมเศร้าบางส่วน ดังนี้ความคาดหวัง และความกดดันทั้งจากตัวเอง และจากครอบครัว หลาย ๆ คนมีปัญหากดดันทั้งจากตัวเอง เช่น ความคาดหวังจะประสบความสำเร็จในระยะเวลาอันสั้นเมื่อย้ายมาอยู่ต่างประเทศ บางคนอาจจะเคยทำงานดี มีตำแหน่งในประเทศไทย แต่เมื่อต้องย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศกลับต้องเปลี่ยนอาชีพ ที่อาจไม่ได้ดีเหมือนสมัยก่อน ทำให้รู้สึกไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง จนอาจนำไปสู่โรคซึมเศร้าได้ หรือในบางคนมีปัญหาความซึมเศร้า เนื่องจากความกดดันจากครอบครัวที่เมืองไทย เช่น การที่ครอบครัวกดดันต้องมีบ้านหลังใหญ่ มีรถคันโต เหมือนลูกชาวบ้าน โดยที่ครอบครัวไม่เข้าใจ หรือไม่ยอมรับในศักยภาพและความสามารถของลูกหลานตัวเอง สำหรับโรคซึมเศร้าในเด็กที่ย้ายตามพ่อ หรือแม่ไปอยู่ต่างประเทศ เช่น พ่อแม่กดดันให้ลูกต้องเรียนดี เพื่อที่จะได้มีชีวิตที่ดีในวันข้างหน้า โดยที่ไม่ได้เข้าใจในปัญหาลูกอย่างแท้จริง ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่เสี่ยงทำให้เด็กเป็นโรคซึมเศร้าได้เช่นกันปัญหาจากการปรับตัวเพื่อเข้าสู่สังคมใหม่ รวมทั้งปัญหาด้านภาษา วัฒนธรรม และสภาพอากาศในหลาย ๆ ประเทศ เช่น ประเทศสวีเดน ที่เป็นเมืองหนาว สภาพอากาศที่อึมครึมในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่เป็นช่วงกลางวันสั้นกว่าช่วงกลางคืน ก็ส่งผลให้คนเป็นโรคซึมเศร้าได้ และนอกจากสภาพอากาศแล้ว การต้องปรับตัวให้เข้ากับสังคมใหม่ ทั้งการปรับเรื่องภาษา และวัฒนธรรมก็เป็นเรื่องที่ทำให้คนเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าได้เช่นกัน คนไทยหลาย ๆ คนแต่งงานกับคนต่างชาติ เมื่อย้ายไปอยู่ด้วยกัน ก็มีปัญหาเรื่องการปรับตัว ความไม่เข้าใจในวัฒนธรรมของอีกฝ่าย เช่น ฝ่ายคนไทย หรือคนเอเชีย ต้องส่งเงินไปช่วยพ่อแม่พี่น้องที่บ้านตัวเอง แต่ฝ่ายต่างชาติคิดว่าไม่ควรทำ ทำให้ปัญหาเหล่านี้ เกิดเป็นปัญหาสะสมจนนำไปสู่โรคซึมเศร้าได้เช่นกันเกิดปัญหาความซึมเศร้าในเบื้องต้น แต่ไม่ได้รับการแก้ปัญหาอย่างถูกวิธี จนนำไปสู่โรคซึมเศร้าเรื้อรังสำหรับคนต่างชาติ รวมทั้งคนไทยที่มีปัญหาความซึมเศร้าในระหว่างอยู่ที่ต่างประเทศ แต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือที่ถูกวิธีตั้งแต่แรก เพราะมีสาเหตุดังนี้ภาษาที่แตกต่างกันระหว่างคนรักษา กับตัวคนป่วยการต้องสื่อสารด้วยภาษาที่สองในต่างแดนแค่เรื่องทั่ว ๆ ไป ว่ายากแล้ว การต้องไปใช้คำในการอธิบายอารมณ์ และความรู้สึกให้อีกฝ่ายเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ก็ยากยิ่งกว่า ทำให้คนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามีความรู้สึกว่า หมอที่รักษาไม่เข้าใจในตัวเค้า และเค้าไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างอย่างที่ควรจะเป็นวัฒนธรรม ความเชื่อ ที่แตกต่างกันระหว่างคนรักษา กับตัวคนป่วยความแตกต่างด้านวัฒนธรรม ความเชื่อ ของคนรักษา กับคนป่วย เช่น กรณีที่คนไทยหลาย ๆ คนเชื่อเรื่อง กุมารทอง ในขณะที่ชาวตะวันตกเองไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ บางคนไปเล่าความเชื่อเรื่องพวกนี้ให้คนรักษาฟัง กลายเป็นโดนวินิจฉัยว่า เป็นโรคซึมเศร้า ร่วมกับการเห็นภาพหลอน ซึ่งจริง ๆ เค้าไม่ได้หลอน แต่เค้าเชื่อเรื่องพวกนี้ตั้งแต่ก่อนเป็นซึมเศร้าแล้ว ความเชื่อของคนไทยอีกอย่างที่ทำให้คนไม่กล้าไปหาจิตแพทย์ คือ ”การที่ไปปรึกษาจิตแพทย์ บ่งชี้ว่าเป็นบ้า” ทำให้หลาย ๆ คนเลี่ยงที่จะไปปรึกษาจิตแพทย์พัฒนาการด้านการดูแลรักษาโรคซึมเศร้ายังไม่ดีพอ ข้อนี้อาจไม่ใช่แค่โรคซึมเศร้าสำหรับคนไทยในต่างแดนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรักษาโรคด้านจิตเวชอื่น ๆ ด้วย ที่ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา การศึกษาและวิจัยด้านนี้ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับโรคที่เกิดกับร่างกายโดยตรง เช่น โรคมะเร็ง เบาหวาน ความดัน ทำให้ผู้ป่วยหลาย ๆ คนได้กินยาแต่รู้สึกว่าอาการไม่ดีขึ้น ในขณะที่คนรักษาและครอบครัวอาจจะคิดว่าผู้ป่วยแค่ต้องการเรียกร้องความสนใจเท่านั้นอาการแบบไหนที่เรียกว่าซึมเศร้า ? สำหรับใครที่สงสัยว่าตัวเองจะป่วยเป็นซึมเศร้า สามารถเข้าไปทำ "แบบทดสอบออนไลน์ ภาวะซึมเศร้า PHQ-9 ” ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลได้ ซึ่งเมื่อทำเสร็จ ก็จะได้เป็นคะแนนออกมา พร้อมคำวินิจฉัยว่าคุณมีอาการซึมเศร้ามากน้อยแค่ไหน และคำแนะนำในการปฏิบัติตัวว่าคุณต้องดูแลตัวเองอย่างไร ซึ่งผู้เขียนก็คิดว่าเป็นผลดีต่อตัวคุณเอง อย่างน้อยคุณรู้ตัวแต่เนิ่น ๆ การรักษาก็จะได้ผลมากกว่าการปล่อยให้เป็นหนักและเรื้อรังซึ่งอาจจะต้องรักษาด้วยวิธีการที่ซับซ้อนมากขึ้น "ในเมื่อร่างกายยังเจ็บป่วยได้ แล้วทำไมจิตใจจะป่วยไม่ได้ ในเมื่อมนุษย์เราประกอบด้วยร่างกาย และจิตใจ" โรคซึมเศร้าเป็นปัญหาที่มีโอกาสเกิดได้กับทุกคน คำว่า ”เรื่องแค่นี้ ทำไมต้องคิดมากจนเป็นซึมเศร้า” เรื่องแค่นี้สำหรับเรา และสำหรับเค้าไม่เหมือนกัน เพราะทุกคนตีความสิ่งต่าง ๆ บนโลกใบแตกต่างกัน ปัญหาบางอย่างใหญ่สำหรับเรา แต่เล็กสำหรับคนอื่น และปัญหาบางเรื่องใหญ่สำหรับคนอื่น แต่เล็กสำหรับเรา การลดการเอาตัวเราไปตัดสินคนอื่น จะทำให้เราเข้าใจ และเห็นอกเห็นใจคนอื่นมากขึ้น ชีวิตคุณก็จะมีความสุขมากขึ้นด้วยค่ะ Credit:อ้างอิง ความรู้เรื่องโรคซึมเศร้า คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ภาพปก โดย Pavel Danilyuk จาก Pexels / ภาพที่ 1 โดย Karolina Grabowska จาก Pexelsภาพที่ 2 โดย Lukas Medvedevas จาก Pexels / ภาพที่ 3 & 4 โดยผู้เขียนBy Nurseonomyบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รีวิว 4 อาการ Long Covid จากประสบการณ์จริง #workshop (trueid.net)อาการฝีดาษลิง มากกว่าตุ่มพองตามร่างกาย (trueid.net)6 วิธีป้องกันฝีดาษลิงเมื่อออกนอกบ้าน (trueid.net)เครื่องวัดความดันดิจิทัลยี่ห้อ Omron คุณภาพเยี่ยม แม่นยำสูง ต่างประเทศนิยมใช้ ลดกระหน่ำจาก Shopee (trueid.net)เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !