9 ข้อเสียของแก้วมังกรต่อสุขภาพ จากกินเยอะเกินไป ที่จำเป็นต้องรู้🍑แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่สามารถพบได้เยอะโดยเฉพาะพอถึงฤดูกาลของแก้วมังกร ในบ้านเราแก้วมังกรปลูกได้ง่ายแค่ปักชำก็สามารถเกิดได้แล้วค่ะ เพราะผู้เขียนเคยเห็นพ่อทำแบบนั้นและตอนนี้ก็มีต้นแก้วมังกรอยู่หลายต้นเหมือนกันค่ะ ปุ๋ยก็ไม่ใส่ยังได้ลูกแก้วมังกรกับเขาเลยค่ะ พอเป็นแบบนี้ทำให้บางบ้านหันมาปลูกแก้วมังกรกัน และต่อให้ไม่ได้ปลูกเองพอถึงช่วงที่แก้วมังกรมีออกมาวางขายตลาดก็ถูกๆ จนหอบหิ้วกลับบ้านกันยกใหญ่เลยค่ะ 4 กิโล 100 เดียว แถมบางเจ้า 6 กิโล 100 เดียว ถูกจริงถูกจัง! และได้เยอะมากๆ ค่ะ พอถูกและได้เยอะแบบนี้เลยทำให้เรากินเยอะตามมาแบบไม่รู้ โดยหารู้ไม่ว่าแก้วมังกรก็มีข้อเสียต่อสุขภาพที่หลายคนอาจตาค้างเมื่ออ่านจบเลยก็ได้ค่ะ อย่าช้า! ที่จะอ่านให้จบค่ะเพราะเนื้อหาในนี้เกี่ยวกับ 9 ข้อเสียของการกินแก้วมังกรเยอะค่ะ งั้นมาดูกันเลยว่าผลของการกินแก้วมังกรเยอะเกินไปมีอะไรขึ้นกันบ้างค่ะ1️⃣ มีปัญหาเรื่องการย่อยอาหาร ถ้ากินเยอะอาจทำให้ท้องอืด ท้องเฟ้อได้ค่ะ เนื่องจากแก้วมังกรมีใยอาหารสูงและโพลีฟีนอลในแก้วมังกรอีกด้วยค่ะ อีกทั้งแก้วมังกรมีในส่วนของน้ำตาลฟรุกโตส และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้บางคนอาจมีปัญหาในระบบทางเดินอาหารทั้งเรื่องการย่อยและการดูดซึมค่ะ2️⃣ ได้รับน้ำตาลตามธรรมชาติมาก แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลมาก โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนำไว้เลยว่าคนเป็นเบาหวานกินแก้วมังกรเนื้อขาว ได้เพียง 1/4 ผล เพียงเท่านี้ก็ได้รับน้ำตาลตั้ง 2.4 ช้อนชาแล้วค่ะ และแก้วมังกรเนื้อชมพู กินได้ 1/4 ผลเหมือนกันค่ะ แต่สีชมพูดีหน่อยที่มีน้ำตาลเท่ากับ 2.0 ช้อนชา ดังนั้นลองนึกภาพคนกินแก้วมังกรทั้งลูกคนเดียวนั่นแสดงว่าได้รับน้ำตาลมากถึง 8 ช้อนชา และถ้าหนักไปกว่านั้นเผลอกินไป 2 ลูกก็แสดงว่าได้รับน้ำตาลตามธรรมชาติมหาศาลถึง 16 ช้อนชาและมากขึ้นไปเรื่อยๆ อีกถ้ากินแก้วมังกรแบบไม่บันยะบันยัง! 3️⃣ น้ำหนักตัวเพิ่ม ผลเสียจากข้อนี้ต่อเนื่องมาจากข้อที่แล้วค่ะ พอเรากินแก้วมังกรเยอะระดับน้ำตาลในเลือดก็สูงตามมา และหากเราไม่ได้เอาพลังงานส่วนนี้ไปใช้หรือใช้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น แน่นอนว่าเราก็จะมีน้ำหนักมากขึ้นตามมา เพราะกินมากก็ได้รับแคลอรีมากค่ะ4️⃣ ทำให้แพ้ ปัญหาจากการกินแก้วมังกรเยอะในกรณีนี้อาจเป็นเฉพาะในบางคนที่อาจแพ้แก้วมังกรได้ค่ะ เนื่องจากบางคนมีปัญหาในระบบย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารค่ะ5️⃣ ได้รับออกซาเลตสูง ออกซาเลตคือเกลือของกรดออกซาลิก ที่พบได้อยู่แล้วในผักและผลไม้บางชนิด โดยออกซาเลตนี้ออกฤทธิ์ต้านการดูดซึมแคลเซียมในร่างกาย พอกินแก้วมังกรเยอะก็เลยมีออกซาเลตในร่างกายมาก โดยปกติออกซาเลตถูกขับออกมาในปัสสาวะ แต่การมีออกซาเลตมากอาจเป็นปัจจัยชักนำทำให้เกิดก้อนนิ่วในไตได้ค่ะ6️⃣ ความหลากหลายของสารอาหารถูกจำกัด ลองนึกภาพตามนะคะพอเรากินแก้วมังกรเยอะเราจะอิ่ม พออิ่มจึงหมดโอกาสกินอย่างอื่นที่มีความหลากหลายมากกว่า เลยทำให้ขาดสารอาหารที่จำเป็นบางอย่างจากอาหารอย่างอื่นที่มากกว่าการกินแก้วมังกรอย่างเดียวค่ะ7️⃣ ได้รับสารพิษตกค้างมากเกินไป ในบางครั้งเราอาจลืมไปว่าการกินแก้วมังกรเยอะสามารถเป็นจุดเสี่ยงด้านสุขภาพแบบตามองไม่เห็น เพราะอาจได้รับสารพิษตกค้างที่มีในแก้วมังกรโดยเฉพาะยาฆ่าแมลงค่ะ8️⃣ ความอยากอาหารลดลง จากที่แก้วมังกรมีใยอาหารสูง ทำให้รู้สึกอิ่มนานกว่าปกติ จึงทำให้ไม่รู้สึกหิวง่ายค่ะ พอเป็นแบบนี้อาจทำให้รูปแบบการกินอาหารของเราเปลี่ยนไปและกลายเป็นปัญหา โดยเฉพาะคนที่กำลังต้องการพลังงานสูงเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะสุขภาพในตอนนั้นค่ะ9️⃣ มีปัญหาเกี่ยวกับช่องปาก การกินแก้วมังกรที่เยอะเกินไปโดยเฉพาะกินแล้วไม่ได้ทำความสะอาดช่องปากและฟัน อาจเป็นต้นเหตุของฟันผุและมีอาหารให้แบคทีเรียในช่องปากเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี เพราะแก้วมังกรมีน้ำตาลตามธรรมชาติค่ะ🔟 มีฤทธิ์เป็นยาระบาย การกินแก้วมังกรมากเกินไป ทำให้เป็นยาระบายเนื่องจากมีปริมาณของไฟเบอร์ที่สูงค่ะและทั้งหมดคือส่วนหนึ่งของข้อเสียที่เกิดจากการกินแก้วมังกรเยอะเกินไปค่ะ โดยส่วนตัวยังไม่เคยกับตัวเองค่ะเพราะปกติกินแก้วมังกรเพียงหนึ่งผลก็ถือว่าเต็มที่แล้ว แต่เคยสังเกตเห็นคนอื่นที่เขากินแก้วมังกรเยอะจะเฉื่อย ดูไม่กระปรี้กระเปร่า รู้สึกอยากทำตัวขนานกับพื้นโลกตลอดเวลาเพราะง่วง ซึ่งหลักๆ น้ำตาลเป็นเหตุสังเกตได้เลยค่ะ และเคยเห็นคำค้นในกูเกิลว่า "กินแก้วมังกรแล้วท้องเสีย" นั่นแสดงว่ามีคนเจอปัญหาเรื่องระบบย่อยอาหารหรือได้รับฤทธิ์ของแก้วมังกีเพราะกินแก้วมังกรเยอะ ซึ่งคำว่าเยอะของแต่ละคนไม่เหมือนกันนะคะ เพราะเราต่างมีพื้นฐานสุขภาพต่างกัน ความไวในการรับสัมผัสต่อสารต่างๆ ในแก้วมังกรต่างกัน ดังนั้นต้องดูตัวเองอย่าเทียบกับคนอื่นค่ะเด็กที่อยู่ในช่วงกำลังโตกินแก้วมังกรหนึ่งลูกอาจไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าคนเป็นเบาหวานกินอาจมีช็อกได้เพราะน้ำตาลสูงค่ะ ดังนั้นเยอะแค่ไหนเราต้องรู้ตัวเองว่าแค่ไหนคือพอดีๆ ค่ะ หรือจะจำแค่นี้ก็ได้ค่ะ อะไรก็ตามแต่มากเกินไปหรือน้อยเกินไปก็ไม่ดี ต้องพอดีๆ ถึงจะดีที่ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการกินแก้วมังกรค่ะ และหวังว่าบทความนี้จะทำให้คุณผู้อ่านมองเห็นภาพมากขึ้นว่าทำไมต้องกินแก้วมังกรพอดีๆ ถึงแม้จะถูกหรือปลูกเองก็ตามค่ะ หากชอบบทความเกี่ยวกับสุขภาพอย่าลืมกดติดตามหรือกดบุ๊กมาร์กหน้าโปรไฟล์ไว้นะคะ เพราะจะได้ไม่พลาดบทความใหม่ๆ ที่ออกมาเผยแพร่เรื่อยๆ ในช่องทางนี้ค่ะเครดิตภาพประกอบบทความภาพหน้าปก โดย Any Lane จาก Pexelsภาพประกอบเนื้อหาโดย ผู้เขียนออกแบบภาพหน้าปกใน Canvaบทความอื่นที่น่าสนใจ6 อาหารที่สามารถทำให้ท้องเสียได้ ความเสี่ยงต่อสุขภาพ6 วิธีลดสารพิษในผักและผลไม้ เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า คุณเลือกได้12 ประโยชน์ของเมล่อนต่อสุขภาพ สรรพคุณดีๆ ที่ควรรู้🍈 เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !