ปีใหม่ผ่านพ้นไปแล้ว คงจะหนีไม่ได้กับปาร์ตี้สุดฮิตอย่าง "หมูกระทะ" แทบจะเรียกได้ว่าเป็นอาหารประจำชาติไปแล้วสำหรับยุคนี้ และรู้มั้ยเบื้องหลังที่ตามมาของความอร่อยนั้นแฝงไปด้วยอะไรบ้าง?? คงจะปฎิเสธไม่ได้กับกลิ่นหอมยั่วยวน ของเตาร้อนที่ทำการเผาไหม้กับเนื้อสัตว์แล้วส่งกลิ่นหอม นี่แหละตัวสำคัญ อาหารที่ต้องใช้ความร้อนสูงจะก่อให้เกิดสารอะคริลาไมด์ (Acrylamide) และอาจเกิดสารไพโรไลเซต (Pyrolysates) จากการไหม้ของเนื้อสัตว์ สารก่อมะเร็งตัวร้ายที่สามารถเปลี่ยนเซลล์ดี ๆ ในร่างกายให้เป็นเซลล์มะเร็งได้เลย และเป็นที่มาของ โรคมะเร็ง อันตรายจากการรับประทานหมูกระทะไม่ได้มีแค่นี้ จำโรคไข้หูดับ ได้ไหม หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า โรคสเตรปโตคอคคัส ซูอิส ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus suis ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดที่พบในสุกรเกือบทุกตัว โดยเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้จะติดต่อสู่คนได้จากการรับประทานเนื้อหมูที่ไม่สุก ซ้ำแล้วเชื้อโรคตัวอื่นๆก็มีในผักที่มีสารปนเปื้อน รวมไปถึงที่ทำให้ผู้รับประทานทานไปแล้วท้องเสียและท้องร่วงอย่างฉับพลัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การรับประทาน "หมูกระทะ" ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น เรามีทางออกให้ในการจัดปาร์ตี้ครั้งต่อไป คือ 1. หากทำการปิ้ง ย่าง รับประทานเอง ควรเลือกเนื้อสัตว์เฉพาะส่วนที่ไร้มัน หรือ เนื้อล้วน 2.เลือกวัตถุดิบที่สดใหม่ และสะอาด ไม่มีสารกันบูด 3.หลังปิ้งย่างควรหั่นส่วนที่ไหม้เกรียมออกให้มากที่สุด เพราะส่วนที่ไหม้เกรียมนั่นแหละคือแหล่งรวมสารก่อมะเร็ง 4.ในกรณีที่ไปกินอาหารปิ้งย่างนอกบ้าน ควรเลือกร้านที่ใช้ภาชนะการปิ้ง ย่าง ที่สามารถลดหรือป้องกันน้ำมันหยดลงบนเตาไฟได้ เข่น ใช้เตาไฟฟ้า หรือเตาไร้ควัน ซึ่งสามารถควบคุมระดับความร้อนได้มากกว่าการใช้เตาถ่าน 5.เลือกที่จะรับประทานอาหารปิ้งย่างให้น้อยครั้ง ถ้าเป็นไปได้ควรทานอาารจำพวกต้มจะดีกว่า "หมูกระทะ" ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าผู้บริโภครู้จักคัดสรรวัตถุดิบและเลือกอุปกรณ์ที่ถูกสุขลักษณะมารับประทาน หรือเลือกที่จะกินน้อยครั้งจะดีกว่าหรือถ้าเป็นไปได้เลือกเป็นแบบต้มสุกจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในปาร์ตี้ครั้งถัดไป ขอขอบคุณข้อมูลจาก กรมอนามัย nectec กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาควิชาอาหารเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Photo :Sunday morning