สิ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลยสำหรับการดูแลสุขภาพของคนเรา คือ การนอนหลับ เพราะในช่วงที่เราหลับตาเข้าสู่ห้วงนิทรา ระบบต่างๆ ในร่างกายจะเข้าสู่สภาวะการซ่อมแซมและฟื้นฟูส่วนที่สึกหรอ หรือมีความเสียหาย เพื่อให้ร่างกายของเราสามารถกลับมาทำงานได้อย่างปกติในเช้าของวันถัดไป ปัญหาที่หลายๆ คนเจอ คือ นอนไม่ค่อยหลับ หลับไม่สนิท ตื่นเช้ามาแล้วไม่สดชื่น รู้สึกเพลียๆ ต้องแก้ยังไงดี? วันนี้เราขอรวม 6 เคล็ดลับ นอนหลับให้มีคุณภาพ ตื่นเช้าแบบสดชื่น มาฝากกัน จะมีอะไรบ้าง มาดูกันได้เลย เคล็ดลับ นอนหลับให้มีคุณภาพ ตื่นเช้าแบบสดชื่น จัดตารางเข้านอน-ตื่นนอนเป็นเวลา ข้อแรก ที่บอกเลยว่ามันเกี่ยวกับคุณภาพการนอนเราพอสมควร เพราะเมื่อเราทำอะไรเป็นกิจวัตรประจำวัน ร่างกายเราที่ฉลาดจะสามารถจดจำได้ว่าช่วงไหนที่จะเริ่มง่วงนอนอยากเข้านอน และช่วงไหนที่ต้องตื่น โดยในระยะแรกๆ เราอาจจะระบุเวลาก่อนสัก 1-2 สัปดาห์ เช่น เข้านอน 21.00 น. ตั้งปลุก 7.30 น. ทำแบบนี้ติดกันสักช่วงหนึ่ง คราวนี้ร่างกายจะเริ่มจำได้เองว่าช่วงเวลาของการนอนหลับของตนเองคือตอนไหน และเมื่อถึงเวลาที่เรานอน ก็จะรู้สึกง่วงขึ้นมาเองเป็นปกติ เลี่ยงการนอนดึกโดยไม่จำเป็น ข้อนี้ตายตัวมากๆ เพราะการนอนดึกจะส่งผลให้เราตื่นมาแล้วไม่ค่อยสดใส สดชื่น บางคนอาจจะบอกว่าถ้าเรานอนดึกตื่นสายละ? สำหรับเราแล้วการนอนทดแทนแบบนี้ทำได้ แต่ตื่นมาก็ยังไงก็ไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่ ถ้าเทียบกับการเข้านอนเร็วกว่าและนอนครบชั่วโมง จริงๆ ข้อนี้มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการทำงานของฮอร์โมนในร่างกายด้วยนะ เพื่อนๆ ลองศึกษาเพิ่มเติมได้ หลีกเลี่ยงการดื่มคาเฟอีนในปริมาณมาก และเลี่ยงดื่มช่วงบ่ายๆ บางคนชอบดื่มคาเฟอีน เช่น กาแฟ มัทฉะ ชาต่างๆ รวมถึงพวกเครื่องดื่มชูกำลัง ยิ่งถ้าดื่มเยอะมากๆ หรือดื่มช่วงบ่ายๆ เพื่อให้มีแรงทำงานต่อ อันนี้สังเกตจากตัวเราเอง วันไหนที่ดื่มคาเฟอีน ตาจะสว่างนานกว่าเดิมมากจริงๆ โดยเฉพาะเวลาเข้านอน จากเดิมเคยนอนหลับตอน 22.00 น. จะกลายเป็นเกือบเที่ยงคืนแล้วก็รู้สึกง่วง แต่มันหลับไม่ลง เพราะฉะนั้นให้ดื่มคาเฟอีนแต่พอดี เลี่ยงการดื่มติดกับเวลาเข้านอนจะดีกว่า แล้วถ้าง่วงระหว่างวันทำยังไง? วิธีที่เราใช้คือ การงีบสั้นๆ สัก 10-15 นาที แบบนี้ช่วยให้สมองสดชื่นขึ้น (แต่อย่าเผลองีบนานเกินไปนะ เพราะจะทำให้ง่วงช้า) ดื่มน้ำเย็นๆ และยืดเหยียดร่างกาย หมุนตัว เดินไปเดินมา ก็จะช่วยเรียกความสดชื่นในช่วงท้ายของวันได้ เลี่ยงอาหารมื้อใหญ่ ย่อยยาก ติดกับเวลานอน การทานอาหารติดกับช่วงเข้านอนมากๆ เช่น นอนตอน 22.00 น. แต่กินมื้อใหญ่ๆ เสร็จตอน 21.00 น. อาจทำให้หลับยาก หลับแต่ไม่สบายตัว เหตุผลข้อแรกคือเรายังอึดอัด แน่นท้องอยู่ และที่สำคัญร่างกายยังต้องย่อยอาหารในขณะที่ร่างกายของเราพักอยู่บนเตียง เหมือนว่าตัวข้างนอกพัก แต่ข้างในยังทำงานหนักอยู่ อาจส่งผลให้นอนหลับไม่สนิทได้ ทางที่ดี ถ้าจะกินมื้อหนักให้วางแผนการกินให้ดี เว้นช่วงก่อนเข้านอนสัก 3-4 ชั่วโมง หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็ให้กินในปริมาณที่พอดีๆ ไม่กินเยอะเกินไป เน้นทานอาหารที่ย่อยง่าย รสไม่จัด ในช่วงก่อนเข้านอน หากิจกรรมผ่อนคลายทำก่อนเข้านอน โดยเฉพาะคนที่ทำงานจนดึก ให้ลองเว้นช่วง 1-2 ชั่วโมงก่อนนอน พักจากการทำงาน หากิจกรรมอะไรที่ผ่อนคลายทำ เช่น อาบน้ำและแช่น้ำอุ่นๆ ฝึกโยคะ ฝึกหายใจ ฟังเพลงที่ทำให้ผ่อนคลาย สวดมนต์ ฟัง ASMR หรือเขียนบันทึกประจำวัน เพื่อให้สมองที่ทำงานหนักมาทั้งวันได้มีเวลา cool down ก่อนเข้านอนเสียหน่อย จะช่วยให้เราผล็อยหลับได้ดีกว่าการทำงานหนักๆ แล้วรีบกระโดดเข้านอนทันทีในขณะที่ยังตึงจากงานอยู่ เราลองสังเกตตัวเองว่าคืนไหนที่ไม่ยอมเว้นระยะให้สมองได้พักจากงาน เวลาไปนอนหัวมันก็จะคิดเรื่องงานต่อ กลายเป็นเครียดและกว่าจะหลับสนิทก็กินเวลาหลายชั่วโมง พยายามทำให้ห้องมืด ไร้เสียงรบกวน บรรยากาศการนอนก็สำคัญ การนอนหลับในห้องที่สว่างๆ หรือมีเสียงรบกวน ส่งผลต่อคุณภาพการนอนอย่างมากเลยละ สังเกตจากตัวเราเอง ถ้าหลับในห้องที่เปิดทีวีค้างไว้ จะสะดุ้งตื่นมาทุกๆ 1-2 ชั่วโมง เพราะมันมีทั้งแสงและเสียงรบกวนนั่นเอง ทางที่ดี พยายามหรี่ไฟให้มืดที่สุด (หรือปิดไปเลย) ปิดทีวี ปิดมือถือ ก่อนการเข้านอน เพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้ร่างกายเรารู้ว่า นี่คือช่วงเวลาของการนอนหลับจริงๆ ใครที่ไม่ได้มีภาวะสุขภาพ ร่างกายแข็งแรงดี แต่แอบมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ หลับไม่ดี หลับไม่สนิท ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกไม่สดชื่น ลองเอาเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้กันดูได้เลยนะ หวังว่าจะช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น ตื่นเช้ามาอย่างสดชื่นกันจ้า หน้าปก และ เนื้อหา ออกแบบโดย ผู้เขียน เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !