เราทุกคนรู้ดีว่าการเผาผลาญสามารถควบคุมสุขภาพของเราได้ ในขณะเดียวกัน ก็ยังเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากในการลดน้ำหนักด้วยการเร่งการเผาผลาญ แล้วจะใช้วิธีเร่งการเผาผลาญเพื่อลดน้ำหนักได้อย่างไร? เราทุกคนต่างก็เคยสงสัยว่า ทำไมเพื่อนถึงกินไอติมได้หมดทั้งกล่อง โดยที่น้ำหนักไม่ขึ้นเลย แต่เราเพียงชิมแค่ช้อนชา ยังรู้สึกถึงน้ำหนักขึ้นทันที จริงๆ แล้ว คำตอบนั้นค่อนข้างง่ายมาก ทั้งนี้เป็นเพราะอัตราการเผาผลาญในร่างกายแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลการเผาผลาญเป็นกลไกเล็กๆ ในร่างกายของเรา มันเผาผลาญแคลอรีให้กับร่างกายของเราตลอดเวลาทุกวัน ให้ทุกส่วนของร่างกายทำงานได้อย่างถูกต้อง เนื่องมาจากสาเหตุทางกรรมพันธุ์ ผู้หญิงบางคนมีการเผาผลาญไขมันได้เร็วกว่าคนอื่น แต่ด้วยปัจจัยอื่นๆ เช่น อายุ น้ำหนัก การรับประทานอาหาร และการออกกำลังกาย ก็เป็นปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้เช่นกันด้วยวัยที่เพิ่มมากขึ้น อัตราการเผาผลาญในร่างกายจะลดลงตามไปด้วย โดยปกติ ในช่วงสิบปีตั้งแต่อายุ 25 ถึงอายุ 35 ปี ถ้าคุณไม่ออกกำลังกายเป็นพิเศษ ร่างกายของคุณจะเผาผลาญแคลอรี่น้อยลง 100 ต่อวัน แต่ถึงกระนั้นก็ตาม เรายังสามารถใช้ประโยชน์จากศักยภาพของการเผาผลาญอาหารได้ ผู้เชี่ยวชาญได้จัดเตรียมวิธีการรักษาหรือแม้กระทั่งเร่งอัตราการเผาผลาญในร่างกาย ที่ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น ดังนี้1. อย่าลดปริมาณแคลอรี่ที่บริโภคมากเกินไปการรับประทานอาหารที่มีแคลอรีต่ำนั้นส่งผลเสียมากกว่าผลดี ร่างกายของเราได้รับการ "ตั้งโปรแกรม" ไว้สำหรับความต้องการแคลอรี เพื่อรองรับการเผาผลาญขั้นพื้นฐานในแต่ละวัน หากคุณลดอาหารลง 1,000 แคลอรีอย่างกะทันหัน ทำให้ อัตราการเผาผลาญหยุดชะงัก นั่นคือจำนวนแคลอรีที่ร่างกายต้องการเพื่อรักษาระดับการหายใจให้เป็นปกติ การเต้นของหัวใจและการทำงานทางสรีรวิทยาพื้นฐานอื่นๆ จะลดลงโดยอัตโนมัติเช่นกัน ร่างกายของคุณจะเข้าใจผิดว่าคุณกำลังหิว จำเป็นต้องรักษาระดับร่างกายให้เป็นปกติ ไม่เพียงแต่คุณไม่สามารถเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้นเท่านั้น ในทางกลับกันยังจะส่งผลต่อการทำงานปกติของร่างกายอีกด้วยดังนั้น เราควรกินกี่แคลอรี่? ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้พลังงานมากน้อยเพียงใด ปกติแล้วโดยเฉลี่ยปริมาณแคลอรี่ที่บริโภคในแต่ละวันต้องไม่น้อยกว่า 1,200 แคลอรี ผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่า ปริมาณแคลอรี่ที่บริโภคต่อวันน้อยกว่า 1,200 แคลอรีจะลดอัตราการเผาผลาญได้มากถึง 45%2. เลือกคาร์โบไฮเดรตแบบ "หยาบ"อาหารคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสี เช่น ขนมปังขาวและมันฝรั่งจะผลิตอินซูลินได้มาก ส่งเสริมการสะสมไขมัน และอาจลดการเผาผลาญอาหาร ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เรากินอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่มีเส้นใยหยาบ การรักษาปริมาณคาร์โบไฮเดรตเป็นสิ่งสำคัญมาก เลือกรับประทานผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสีให้มากขึ้น เนื่องจากอาหารเหล่านี้ผลิตอินซูลินได้ค่อนข้างน้อย3. ทานอาหารเช้าทุกวันอาหารเช้าเป็นอาหารที่สำคัญที่สุดของวันสำหรับโปรแกรมการเผาผลาญและลดน้ำหนัก การวิจัยได้แสดงให้เห็นว่า คนที่กินอาหารเช้าจะลดน้ำหนักได้ง่ายกว่าคนที่ไม่กิน ในขณะที่เรากำลังหลับไหล อัตราการเผาผลาญในร่างกายลดลง เมื่อเราเริ่มทานอาหารอีกครั้ง การเผาผลาญเร็วขึ้นด้วยการฟื้นตัว ดังนั้น หากคุณพลาดอาหารเช้า ร่างกายของคุณต้องรอจนถึงเวลาอาหารกลางวันจึงจะเริ่มเผาผลาญแคลอรีได้ เพื่อเร่งการเผาผลาญ ดังนั้น วิธีที่ชาญฉลาดคือ กินอาหารเช้า 300-400 แคลอรี่ในตอนเช้า คืนอัตราการเผาผลาญในช่วงต้นควรทานคาร์โบไฮเดรตที่มีไฟเบอร์สูงเป็นอาหารเช้า ในการทดลองเปรียบเทียบอาหารเช้าที่มีไขมันสูงและที่มีเส้นใยสูง มหาวิทยาลัยซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย พบว่า คนที่กินไขมันเยอะๆ จะรู้สึกหิวเร็วขึ้น ตามทฤษฎีแล้ว ร่างกายจะใช้เวลาในการย่อยและดูดซึมอาหารที่มีเส้นใยสูงนานขึ้น เพื่อไม่ให้เปลี่ยนเป็นน้ำตาลในเลือดอย่างรวดเร็ว เป็นผลให้ความหิวจะปรากฏขึ้นค่อนข้างช้า นักวิจัยแนะนำว่า อาหารเช้าที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีที่สุดคือ ซีเรียลอาหารเช้าที่อุดมด้วยไฟเบอร์พร้อมนมไขมันต่ำหนึ่งแก้ว ขนมปังโฮลวีตทาด้วยชีสไขมันต่ำ เสิร์ฟพร้อมกล้วยหรือผลเบอร์รี่อื่นๆ ม้วนผักที่มีโปรตีนสูงบนขนมปังโฮลวีต ฯลฯ ซึ่งได้ทั้งคุณค่าทางโภชนาการและสุขภาพที่ดีทำไมเพื่อนถึงกินไอติมได้หมดทั้งกล่อง โดยที่น้ำหนักไม่ขึ้นเลย?กล่าวโดยสรุป การที่จะเร่งการเผาผลาญ เพื่อลดไขมัน โดยหวังผลเพื่อการลดน้ำหนัก ไม่ใช่เป็นการอดอาหาร แต่เป็นการรับประทานอาหารอย่างถูกต้องตามหลักทฤษฎี ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารให้ได้แคลอรี่ที่พอเหมาะต่อความต้องการของร่างกาย ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป การเลือกรับประทานเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารที่ยังไม่ขัดสี และการรับประทานอาหารเช้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นตัวช่วยทำให้การเผาผลาญของร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้น ยังผลให้การลดน้ำหนักก็ดีขึ้นด้วยจากประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องการไม่รับประทานอาหารเช้านั้น นอกจากจะไม่ช่วยให้น้ำหนักลดลงแล้ว กลับยังเป็นการเพิ่มน้ำหนักขึ้นไปอีก เพราะเมื่อเราไม่ได้รับประทานอาหารเช้าทำให้เรารู้สึกหิวมากในมื้ออาหารเที่ยงและมื้อเย็น ทำให้เรารับประทานอาหารทั้งสองมื้อเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะมื้อเย็น เมื่อเรารับประทานมากเกินไปร่างกายก็จะนำไปสะสมเป็นไขมัน เพราะตกกลางคืนร่างกายต้องการพักผ่อนไม่ได้ใช้พลังงานใดๆ ยิ่งจะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นไปอีก หากจะอดมื้ออาหาร แนะนำให้เป็นมื้อเย็นจะดีที่สุด หรือกลัวหิวก็ควรที่รับประทานแค่ผักหรือผลไม้เท่านั้น แค่นี้รับรองว่าน้ำหนักลดลงอย่างแน่นอนภาพประกอบภาพปก โดย Anil sharma จาก Pixabay ภาพที่ 1 โดย icsilviu จาก Pixabay ภาพที่ 2 โดย icsilviu จาก Pixabay ภาพที่ 3 โดย Mircea - See my collections จาก Pixabay ภาพที่ 4 โดย Andre Beukes จาก Pixabay ที่มาแหล่งอ้างอิง 1แหล่งอ้างอิง 2แหล่งอ้างอิง 3 เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !