ข้าวโพดมักเสิร์ฟเป็นเครื่องเคียงหรือรับประทานเป็นของว่าง เช่น ข้าวโพดย่างหรือข้าวโพดหวานต้ม นี่คือเหตุผลที่หลายคนมักละเลยคุณประโยชน์ของข้าวโพด เพราะคิดว่าข้าวโพดเป็นอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ การกินข้าวโพดมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ หลายคนคิดว่าข้าวโพดเป็นผัก แต่จริงๆ แล้วมันคือธัญพืชเช่นเดียวกับข้าว อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่างๆ แทนที่จะคิดว่าเป็นของว่าง ลองรวมมันเข้ากับอาหารให้บ่อยขึ้น แล้วคุณจะสามารถเก็บเกี่ยวประโยชน์ของมันได้1. ดีต่อดวงตาและผิวหนังข้าวโพดสีเหลืองอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน (BETA-CAROTENE) ซึ่งเป็นหนึ่งในสารที่สร้างวิตามินเอในร่างกาย ซึ่งจำเป็นต่อการรักษาสายตาและผิวพรรณที่ดี เบต้าแคโรทีนเป็นแหล่งสำคัญของวิตามินเอ เพราะร่างกายสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณวิตามินเอที่ร่างกายต้องการ เนื่องจากการบริโภควิตามินเอมากเกินไปอาจเป็นอันตรายได้ จึงปลอดภัยกว่าหากได้รับจากการบริโภคเบต้าแคโรทีนนอกจากนี้ยังเป็นประโยชน์ต่อผิวหนังและเยื่อเมือก และยังช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย ปริมาณเบต้าแคโรทีนในร่างกายที่ไม่ได้เปลี่ยนเป็นวิตามินเอ เช่นเดียวกับแคโรทีนอยด์อื่นๆ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังมากซึ่งต่อสู้กับโรคต่างๆ เช่น มะเร็งและโรคหัวใจ อย่างที่กล่าวไปแล้ว คนประเภทหนึ่งที่ควรระวังคือคนสูบบุหรี่ พวกเขาจำเป็นต้องจับตาดูการบริโภคเบต้าแคโรทีน เนื่องจากผู้สูบบุหรี่ที่มีระดับเบต้าแคโรทีนสูงมีแนวโน้มที่จะพัฒนาเป็นมะเร็งปอด ในขณะที่ผู้ไม่สูบบุหรี่จะไม่เป็นปัญหา2. อุดมไปด้วยแร่ธาตุข้าวโพดอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ แร่ธาตุที่พบในข้าวโพดทุกสายพันธุ์ ได้แก่ ฟอสฟอรัส (PHOSPHORUS) แมกนีเซียม (MAGNESIUM) แมงกานีส (MANGANESE) สังกะสี (ZINC) เหล็ก (IRON) และทองแดง (COPPER) นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุในปริมาณเล็กน้อย เช่น ซีลีเนียม (SELENIUM) ซึ่งหาได้ยากในอาหารปกติส่วนใหญ่ ฟอสฟอรัสเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการควบคุมการเจริญเติบโตตามปกติ สุขภาพของกระดูก และการทำงานของไตตามปกติ แมกนีเซียมเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นในการรักษาอัตราการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติและเพิ่มความหนาแน่นของกระดูก3. ปรับปรุงการย่อยอาหารข้าวโพดหนึ่งถ้วยมีไฟเบอร์ถึงร้อยละ 18.4 ของปริมาณไฟเบอร์ที่แนะนำต่อวัน ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการทางเดินอาหาร เช่น อาการท้องผูกและริดสีดวงทวาร ตลอดจนลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ เส้นใยที่ละลายน้ำได้จะช่วยให้อุจจาระนิ่มและพองตัว ส่งเสริมการเคลื่อนไหวของลำไส้อย่างสม่ำเสมอ และลดความเครียดในลำไส้ใหญ่ กระบวนการนี้ทำได้โดยกระตุ้นการบีบตัวของน้ำดีและน้ำดีซึ่งผลิตน้ำย่อย การทำให้อุจจาระพองขึ้นจะช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคลำไส้แปรปรวน (IRRITABLE BOWEL SYNDROME) และอาการท้องเสียได้อย่างมาก4. ดูแลหัวใจของคุณให้แข็งแรงน้ำมันข้าวโพดมีฤทธิ์ต้านการสร้างไขมันในเลือดในระดับคอเลสเตอรอล ดังนั้นจึงสามารถลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดต่างๆ ได้ น้ำมันข้าวโพดดีต่อการพัฒนาสุขภาพของหัวใจ เนื่องจากข้าวโพดมีลักษณะคล้ายคลึงกับกรดไขมันที่ดีต่อสุขภาพ สิ่งนี้ส่งเสริมกรดไขมันโอเมก้า 3 เพื่อกำจัดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี ซึ่งช่วยลดการอุดตันของหลอดเลือดแดง ลดความดันโลหิต และลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด5. ลดคอเลสเตอรอลในเลือดการบริโภคน้ำมันเปลือกข้าวโพดสามารถลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลในร่างกายได้ จึงช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีได้ การลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดเลวไม่ได้หมายความว่าคอเลสเตอรอลชนิดดีจะลดลงด้วย พวกมันทำงานต่างกัน สิ่งนี้สามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ ป้องกันหลอดเลือด และช่วยกำจัดอนุมูลอิสระออกจากร่างกาย6. ปรับปรุงการทำงานของการเรียนรู้ข้าวโพดอุดมไปด้วยวิตามินบี โดยเฉพาะไทอามินและไนอาซิน ไทอามินจำเป็นต่อการรักษาสุขภาพของระบบประสาทและการทำงานของสมอง ในขณะที่การขาดไนอาซินสามารถนำไปสู่โรคเพลลากรา (PELLAGRA) ซึ่งเป็นโรคที่มีอาการท้องเสีย สมองเสื่อม และผิวหนังอักเสบ ซึ่งมักเกิดในผู้ที่ขาดสารอาหาร นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งที่ดีของกรดแพนโทธีนิก (PANTOTHENIC ACID) กรดแพนโทธีนิกเป็นวิตามินที่จำเป็นสำหรับการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันในร่างกาย เมล็ดข้าวโพดยังอุดมไปด้วยวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและปกป้องร่างกายจากโรคภัยต่างๆ7. เพิ่มเซลล์เม็ดเลือดแดงข้าวโพดช่วยป้องกันโรคโลหิตจางที่เกิดจากการขาดวิตามินและแร่ธาตุ นอกจากนี้ยังมีธาตุเหล็ก (IRON) ซึ่งเป็นหนึ่งในแร่ธาตุที่จำเป็นในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงใหม่ การขาดธาตุเหล็กเป็นสาเหตุหลักของโรคโลหิตจาง การบริโภควิตามินเอและเบต้าแคโรทีนสามารถช่วยเพิ่มโอกาสที่ร่างกายจะดูดซึมธาตุเหล็กได้สำหรับผู้เขียนนั้นข้าวโพดหวานต้มเป็นสิ่งที่โปรดปรานมาก ฝักใหญ่ๆ อวบๆ เม็ดเหลืองโตๆ วิธีทำก็แสนง่าย นำข้าวโพดมาล้างให้สะอาด ปอกเปลือกออก นำมาต้มให้จนสุก หลังจากนั้นนำมาแช่น้ำเกลือ เพื่อให้ความเค็มซึมเข้าเนื้อข้าวโพด ทิ้งไว้สักครู่ หลังจากนั้นก็นำมารับประทาน โดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนจะชอบนำมากัดแทะเม็ดข้าวโพดเลย แทะข้าวโพดไปด้วยดูหนังไปด้วยมันช่างฟินจริงๆ แต่ต้องแลกกับอาจจะเปรอะนิดหน่อย แต่ถ้ารับประทานกับเพื่อนๆ ผู้เขียนจะนำข้าวโพดที่ต้มสุกแล้วมาใช้มีดฝานเอาเฉพาะเมล็ดข้าวโพดใส่ในจานและนำมารับประทานโดนใช้ช้อนตักเป็นคำๆ รับประทานเปล่าๆ ไม่ใส่อะไรก็อร่อยมากแล้ว รสหวานของข้าวโพดผสมกับความเค็มจากน้ำเกลือได้อย่างลงตัวทีเดียวบางครั้งเพื่อความสะดวกในการรับประทานข้าวโพดต้มจะไปซื้อที่ตลาดเลย แค่ 1-2 ฝักนำมารับประทานก็สะดวกมากไม่ต้องต้มเองด้วย บางครั้งในตลาดก็มีขายข้าวโพดต้มใส่น้ำตาลและมะพร้าวก็อร่อยมากเช่นกัน ทางร้านจะตักแบ่งขายออกเป็นถ้วยๆ ละ 20 บาท ลักษณะแบบนี้ผู้เขียนก็ชอบรับประทานเช่นกัน แต่มีข้าวโพดชนิดหนึ่งที่ผู้เขียนไม่ค่อยชอบรับประทานมากนักก็คือ ข้าวโพดข้าวเหนียว เพราะผู้เขียนรู้สึกว่ารสชาติไม่อร่อยเท่าข้าวโพดหวาน และรูปร่างหน้าตาก็ไม่ชวนรับประทานเหมือนข้าวโพดหวาน แต่คนอื่นอาจจะไม่รู้สึกแบบนี้ก็ได้ และผู้อ่านคิดเห็นอย่างไรบ้าง?ภาพประกอบภาพปก โดย Khắc Truyền Nguyễn จาก Pixabay ภาพ 1 โดย sbeltran7p จาก Pixabayภาพ 2 โดย Hans Benn จาก Pixabay ภาพ 3 โดย Katharina N. จาก Pixabay ภาพ 4 โดย Matthias Böckel จาก Pixabay ภาพ 5 โดย Anup Panthi จาก Pixabay ภาพ 6 โดย Çiğdem Onur จาก Pixabay ภาพ 7 โดย Isidora Vujošević จาก Pixabay อยากผอมหุ่นดี อยากมีซิกแพค หาอินสปายลดน้ำหนัก เข้าร่วมด่วนที่ฟิตแอนด์เฟิร์มคอมมูนิตี้