เป็นที่ทราบกันดีว่าไลฟ์สไตล์การทำงานของมนุษย์ออฟฟิศในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวเข้าสู่โลกการทำงานในยุคดิจิตอลที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยคนสมัยนี้สามารถใช้ประโยชน์จากความสะดวกสบายดังกล่าวในการทำงาน เช่น ส่งอีเมล์จากที่บ้าน ประชุมหรือส่งงานผ่านกรุ๊ปไลน์ เป็นต้น จึงไม่แปลกที่คนทำงานรุ่นใหม่จะมีชีวิตติดดิจิตอลและใช้เวลาบนโลกออนไลน์ผ่านเครื่องมือสื่อสารต่างๆ จนหลงลืมการให้เวลากับครอบครัวและดูแลตัวเอง จากไลฟ์สไตล์นี้เองจึงส่งผลให้มนุษย์ออฟฟิศยุคใหม่มีความเครียดสูง เพราะต้องทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน ใช้สายตามาก มีเวลาพักผ่อนน้อย ไม่มีเวลาออกกำลังกาย ทานอาหารไม่ตรงเวลาหรือทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งหากปล่อยละเลยหรือไม่ได้รับการป้องกันที่ทันท่วงทีจะมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็น โรคออฟฟิศซินโดรม เช่น โรคกรดไหลย้อน นิ้วล็อค หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ฯลฯ ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายต่อสุขภาพในระยะยาวและการใช้ชีวิตประจำวันได้

ป้องกันก่อนสายเกินแก้...3 วิธีหนีจากโรคออฟฟิศซินโดรม


     นอกจากนั้นคุณภาพชีวิตของคนวัยทำงานที่มักนั่งทำงานติดโต๊ะและต้องพบกับความเครียดสูง ทั้งจากปัญหาการทำงานและชีวิตส่วนตัว มีความเครียดที่เกิดจากความวิตกกังวลในเรื่องการทำงานหนักและการใช้เวลากับคนในครอบครัวที่ไม่เพียงพอ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันและเตรียมรับมือกับปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตเนื่องจากไลฟ์สไตล์ในการทำงานที่เปลี่ยนไป กลุ่มคนวัยทำงานยุคใหม่ต้องรู้เท่าทันและต้องหันกลับมาเตรียมตัววางแผนดูแลสุขภาพของตนเองให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ในการทำงานยุคนี้ เพื่อให้ห่างไกลจากโรคยอดฮิตอย่าง โรคออฟฟิศซินโดรม ค่ะ โดยเรามี 3 วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคเหล่านี้ได้คือ

1. ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

     ลองยืดเหยียดกล้ามเนื้อเป็นระยะๆ ในช่วงระหว่างวันตอนทำงาน เนื่องจากจะเป็นการช่วยกระตุ้นให้ร่างกายได้มีการขยับเขยื้อน หรือจะลองลุกเดินไปมาสัก 2 - 3 นาที แล้วค่อยมานั่งทำงานต่อ ก็เป็นการกระตุ้นร่างกายให้ทำงานได้เหมือนกันค่ะ

2. ลดความเครียดด้วยการฟังเพลง

     ลองหันเหความสนใจของตนเองจากการทำงานเพื่อไม่ให้ร่างกายเกิดความครียดสะสม ด้วยการเปิดเพลงฟังเบาๆ ให้สมองได้ผ่อนคลายจากการกดดันและเป็นการลดความครียดระหว่างวันได้ การปล่อยให้ร่างกายต้องเครียดมากๆ จะทำให้มีความเสี่ยงกับการเกิด โรคออฟฟิศซินโดรม ได้ง่ายขึ้น การลองหาเพลงที่เราชอบมาฟังเพื่อผ่อนคลาย จึงเป็นวิธีง่ายๆ ที่ไม่กระทบกับการทำงานแต่ช่วยให้เรามีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นได้ค่ะ 

3. ฝึกหายใจเพื่อเพิ่มสมาธิ

     ฝึกหายให้เป็นจังหวะ หายใจเข้า - ออกช้าๆ พร้อมกับนับ 1 - 4 ต่อการหายใจเข้าและออก 1 ครั้ง การกำหนดลมหายใจเข้าออกนอกจากจะเป็นการเพิ่มสมาธิได้แล้ว ยังเป็นการเพิ่มออกซิเจนในกระแสเลือดได้ด้วย ซึ่งจะช่วยทำให้สมองปลอดโปร่งขึ้นค่ะ



บทความที่คุณอาจสนใจ

3 ท่าแก้ปวดเมื่อย กำจัดอาการออฟฟิศซินโดรม

Tags

บริหารกล้ามเนื้อ สุขภาพ ออกกำลังกาย ออฟฟิศซินโดรม เทรนด์สุขภาพ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Top