ฝุ่นควัน 2.5 PM ยังคงร่าเริงอยู่ในกรุงเทพแบบไม่มีท่าทีว่าจะออกไปง่ายๆ ซึ่งพูดเลยเป็นอุปสรรคเวอร์!! สำหรับสาวๆ ที่ต้องมาทำงานตอนเช้า แบบไม่ได้ขับรถมาเองเนี่ย ก็ต้องมาเจอกับฝุ่นแบบเลี่ยงไม่ได้! เสี่ยงต่อโรค เสี่ยงต่อภูมิแพ้ เพราะฉะนั้นสาวๆ ต้องใส่แมสก์ก็ทุกวันด้วยนะคะ แต่แหม...ขึ้นชื่อว่าเป็นสาวจีบัน เพราะฉะนั้นการแต่งหน้าก็ต้องดำเนินต่อไปค่ะทุกคน! แต่ประเด็นคือ เวลาใส่แมสก์ทีไร ลิปสติกที่เราทามันชอบเลอะเต็มแมสก์ไปหมด แถมพอถอดออกมา ลิปก็ลามไปโดนจมูก โดนหน้าเราอีก! แบมรู้ว่าปัญหานี้มันกวนใจมาก ถูกมะ อิอิ แบมก็เลยทำกระทู้นี้ขึ้นมา เพื่อให้สาวๆ ได้ลองดูกันว่า "ลิปสติกแบบไหน ทาแล้วไม่ติด Mask"

Jeban's LAB ครั้งนี้แบมได้เทสต์กับสาวๆ 5 คน ให้ทาลิปคนละเนื้อค่ะ เนื้อซาติน เนื้อกำมะหยี่ เนื้อแมตต์ เนื้อทิ้นท์ เนื้อกลอส

ส่วนขั้นตอนในการเทสต์ แบมออกเป็น 4 ขั้นตอนค่ะ ซึ่งก็เป็นกิจวัตรประจำวันเวลาที่ใส่แมสก์นี่แหละ อิอิ เริ่มตั้งแต่ทาลิปแล้วใส่แมสก์ตามปกติ ทาลิป 2 รอบ (เพื่อความแน่นติดทน) แล้วใส่แมสก์ทาลิปแล้วร้องเพลง (เพราะฉันรักในเสียงดนตรี อิอิ) ทาลิปแล้วใส่แมสก์ที่รองด้วยกระดาษทิชชู่ 2 ชั้น

ใครที่ชอบหรือเชียร์ลิปเนื้อไหน มาดูผลไปพร้อมกันเลยจ้าาา 

ลิปสติกเนื้อซาติน

ลิปสติกเนื้อซาติน เป็นลิปที่สาวๆ ใช้กันบ่อย เพราะเนื้อลิปมีเม็ดสีที่แน่น กลบสีปากได้ แถมอยู่กึ่งกลางระหว่างความมันวาวกับความแมตต์ ซึ่งลิปที่ใช้เป็นของแบรนด์ Sisley Le รุ่น Phyto Rouge ค่าTest 4 Stepทาลิป 1 รอบ แล้วลองใส่แมสก์ผ่านไปไม่ถึง 10 นาที เนื้อลิปที่เลอะแมสก์แล้ว แถมเลอะหน้าเราด้วยนิดหน่อย  ทาลิปซ้ำสองรอบ ใครชอบทาแน่นๆ เติมบ่อยๆ ของให้ดูผลรูปที่สองค่ะ ลองทาลิป 2 รอบ แล้วใส่แมสก์ ผลคือเลอะยิ่งกว่าเดิมอีกทาลิป + ร้องเพลง พอลองร้องเพลงปุ้บ จะเห็นเลยว่าเลอะมาก อาจจะเพราะเราขยับปากไปโดนรอยพับของแมสก์ทาลิป+รองด้วยทิชชู่  เนื้อลิปเลอะน้อยลงมากๆ และไม่เลอะรอบขอบปากเลย สรุป เนื้อลิปแบบซาตินไม่ควรทาแล้วใส่แมสก์ตรงๆ เพราะจะทำให้ปากเลอะ หน้าเลอะ วิธีที่ดีที่สุดคือใช้ทิชชู่รอง แต่แบมว่า "ลิปสติกเนื้อซาติน ไม่น่ารอด"

ลิปสติกเนื้อกำมะหยี่ (Velvet)

เนื้อลิปแบบกำมะหยี่ เป็นลิปสติกที่สาวเกาหลีส่วนใหญ่ชอบใช้ค่ะ เพราะไม่หนักปาก มันจะให้ความรู้สึกลื่นๆ ไม่แห้งตึงหรือมันเยิ้ม ซึ่งแบรนด์ที่เอามาเทสต์คือ Peripera รุ่น Airy Ink Velvet เนื้อเค้าจะเบาและบางกว่ารุ่นอื่นๆ นิดหน่อยค่ะTest 4 Stepทาลิปใส่แมสก์ทาลิป 1 ครั้ง แล้วใส่แมสก์เนื้อลิปนิดมาน้อยมากๆ หรือเรียกว่าไม่ติดเลยก็ได้ค่ะทาลิปซ้ำสองรอบ ลองทาลิป 2 รอบให้หนาขึ้น ดูซิว่าจะติดมั้ย แต่ผลที่ออกมาก็ไม่ต่างจากการทาครั้งเดียวทาลิป+ร้องเพลง ใครที่ชอบร้องเพลง พูดบ่อยๆ ตลอดวัน แล้วต้องใส่แมสก์และยังต้องทาลิปให้ดูสวยเมื่อถอดออกด้วย พูดเลยว่าเนื้อนี้ไปรอดค่ะ มีติดนิดๆ หน่อย แต่ไม่เลอะจนเกินไปทาลิป+รองด้วยทิชชู่ ไม่อยากเปลี่ยนแมสก์บ่อย เลยใช้ทิชชู่รอง 1 ชั้น จะเห็นได้ว่าเนื้อลิปติดทิชชู่แค่นิดเดียวสรุป จากที่ลองเทสต์ด้วย 4 วิธีข้างบน สาวๆ คงรู้แล้วว่าลิปเนื้อกำมะหยี่ (Velvet) ทาแล้วติดแมสก์น้อยมาก แบมขอสรุปว่า "ลิปสติกเนื้อกำมะหยี่รอด"

ลิปสติกเนื้อแมตต์

ลิปสติกเนื้อแมตต์ เนื้อสัมผัสของเค้าค่อนข้างแห้ง (มากกกก) แต่ถ้าเนื้อลิปเซ็ตตัวแล้วก็จะติดทนมากยิ่งขึ้น พูดเลยว่า ต่อให้กินข้าวหรือกินของมันๆ ก็ยังไม่หลุด และลิปที่เราเลือกมาเทสต์วันนี้คือแบรนด์ Etude รุ่น Matte Chic Lip Lacquer ซึ่งเป็นรุ่นที่แมตต์สุดจริงๆTest 4 Stepทาลิปใส่แมสก์หลังจากที่รอเนื้อเซ็ตตัวประมาณ 40 วินาที แล้วเทสต์ด้วยการใส่แมสก์ ผลคือ ไม่มีอะไรติดออกมาเลย และปากก็ไม่เลอะด้วยทาลิปซ้ำสองรอบ ทั้งแมสก์และเนื้อลิปสติกไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากแบบแรกเลยค่ะทาลิป + ร้องเพลง ทั้งร้องเพลง พูด และ เต้นสบัดหน้าไปมา ก็ยังไม่ติดแมสก์ค่ะ นางเริ่ดมากกกกทาลิป + รองด้วยทิชชู่ แล้วๆ คงรู้อยู่ว่าทำยังไงเนื้อก็ไม่ติดแมสก์ และหลุดออกจากปาก พอลองด้วยทิชชู่ ก็ยังได้ผลเหมือนเดิม! ดีเวอร์สรุป มองจากภาพคือรู้เลยนะคะว่า แบมให้ "ลิปสติกเนื้อแมตต์รอด" ไม่ว่าจะเทสต์แบบไหน ก็ไม่เลอะเลยยยย ใช้แล้วรอด ใช้แล้วเริ่ด!

ลิปสติกเนื้อทิ้นท์

ลิปสติกเนื้อทิ้นท์ จะเป็นลักษณ์กึ่งน้ำกึ่งเจล แล้วติดทนมาก กินอะไรก็ไม่หลุด บางแบรนด์ติดทนจนแทบไม่ต้องเติมระหว่างวันเลย ซึ่งแบรนด์ที่เราเทสต์คือ Banila.co รุ่น Lip Like Moist TintTest 4 Stepทาลิปใส่แมสก์เนื้อลิปติดมาที่แมสก์นิดเดียว และไม่เลอะที่หน้าด้วยค่ะ ทาลิปซ้ำสองรอบ ด้วยเนื้อลิปที่หนาขึ้น ทำให้เนื้อลิปติดที่แมสก์แต่ก็ยังไม่เลอะหน้าอยู่ดี ทาลิป + ร้องเพลง พอลองร้องเพลง เนื้อลิปติดที่แมสก์เยอะที่สุดและเลอะที่หน้านิดหน่อยด้วยทาลิป + รองด้วยทิชชู่ มาถึงการเทสต์ด้วยการลองทิชชู่ ผลออกมาเห็นได้ชัดว่าเนื้อลิปติดทิชชู่พอๆ กับการร้องเพลงเลยค่ะ ด้วยเนื้อทิชชู่ที่ละเอียดทำให้ดูดเนื้อลิปมาเยอะสรุป แนะนำว่า ก่อนใส่แมสก์ควรรอให้เนื้อลิปเซ็ตตัวสัก 30 วิ - 1 นาทีก่อนใส่แมสก์นะคะ เพราะฉะนั้น แบมว่า "เนื้อทิ้นท์ก็รอด" แต่ทาแค่รอบหรือ 2 รอบก็พอ

ลิปสติกเนื้อกลอส

ลิปสติกเนื้อกลอส คือ ลิปที่เนื้อมีความใสหรือมีสีบางๆ เนื้อเหลวคล้ายเจล ให้ความแวววาว ถ้าทาเยอะจนเกินไปอาจจะทำให้เหนียวและหนักปาก ทานานๆ แล้วไม่ค่อยสบายปากเท่าไร (แต่ก็แล้วแต่แบรนด์ด้วยนะคะ) ซึ่งลิปที่เราใช้วันนี้คือ Dior Addict Ultra-Gloss Test 4 Stepทาลิปใส่แมสก์อย่างที่รู้ว่าลิปกลอสเนื้อค่อนข้างเหนียว แค่ใส่แมสก์ก็รู้สึกได้เลยว่าติดทาลิปซ้ำสองรอบ สำหรับลิปเนื้อกลอสคือยิ่งทาเยอะ ยิ่งเลอะ x2 ค่ะสาวๆทาลิป + ร้องเพลง พอยิ่งร้องเพลงเนื้อลิปก็จะเลอะเป็นวงกว้างขึ้นทาลิป + รองด้วยทิชชู่ หนักกว่านั้นคือยิ่งใช้ทิชชู่รอง นางยิ่งดูดเนื้อลิปไปติด เลอะสุดๆ ไปเลยค่าสรุป เนื้อลิปกลอสเป็นเนื้อเดียวที่ไม่ควรทาเวลาใส่แมสก์เด็ดขาด! "เนื้อกลอสไปไม่รอดจ้า"

ตารางสรุปการเทสต์ภาพรวมทั้ง 5 ลิป

TOPS 3 เนื้อลิปสติกที่เหมาะกับการใส่แมสก์!

2 เนื้อลิปสติกที่ไปไม่รอดกับการใส่แมสก์

อย่างที่แบมบอกไป ไม่ว่าจะแต่งหรือไม่แต่งหน้าก็ต้องใส่แมสก์นะคะทุกคน แต่ถ้าสาวๆ คนไหนที่จำเป็นต้องแต่งหน้าไปทำงานทุกวัน แนะนำว่า อาจต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่หนักหน้านิดนึง หน้าของเราก็จะได้ไม่ต้องรับภาระหนักจนเกินไป ไหนจะฝุ่น ไหนจะเครื่องสำอางอีก สงสารผิวเราด้วย และข้อนี้สำคัญมากคือ "ต้องล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้ง" ห้ามขี้เกียจเป็นอันขาด! เพื่อสุขภาพหน้าและสุขภาพผิวที่ดีของเราค่า รักนะ ถึงบอก

: รีวิวจาก Jebanofficial



ที่มาของเนื้อหา Jeban.com

Tags

jeban ทาลิปสติก ลิปสติก เทคนิค ใส่แมสก์

บทความที่เกี่ยวข้อง

Top