เลิกเหอะที่รัก! 9 สิ่งที่ผู้หญิงไม่ควรร้องขอจากแฟน

เลิกเหอะที่รัก! 9 สิ่งที่ผู้หญิงไม่ควรร้องขอจากแฟน

 

     ถึงแม้ว่าคนรักกันจะต้องมีการเสียสละทำเพื่ออีกฝ่ายมากแค่ไหน แต่การร้องขอบางเรื่องก็ดูจะเป็นเรื่องยากเกินไป และทำให้ผู้ชายรู้สึกลำบากใจสุดๆ เลยทีเดียว โดยเฉพาะ 9 ข้อต่อไปนี้ ที่ไม่ควรร้องขอจากเขาเด็ดขาดหากไม่จำเป็นจริงๆ ค่ะ

 

1. ขอให้เขาเลือกระหว่าง “คุณ” กับ “แม่เขา”

     การขอให้เขาตัดขาดจากแม่มันก็ออกจะโหดร้ายเกินไปสำหรับคนเป็นลูก เพราะหากไม่มีแม่ ก็คงไม่มีเขาให้คุณได้รักเช่นกัน ดังนั้นลองหาทางประนีประนอมกันก่อนจะดีที่สุด หรือสุดๆ แล้วก็คือแยกกันอยู่ แล้วปล่อยให้เขาได้กลับไปดูแลบุพการีตามสมควร โดยไม่ไปก้าวก่ายมากเกินไปค่ะ

 

shutterstock_289596209

 

2. ขอให้เขาคอยรับฟังปัญหาของคุณเสมอ

     ผู้หญิงส่วนใหญ่เล่าปัญหาเพียงเพราะอยากระบาย ในขณะที่ผู้ชายส่วนใหญ่มักเล่าเกี่ยวกับปัญหาสั้นๆ โฟกัสที่ทางแก้ เขาจึงไม่เก็ตกับบางสิ่งที่ผู้หญิงเล่า เช่น เรื่องนินทาในที่ทำงาน ช้อปของลดราคาไม่ทัน หรือกลุ้มใจที่เลือกแมทช์ชุดกับรองเท้าไม่ลงตัว แม้กระทั่งหงุดหงิดไร้สาเหตุเพราะประจำเดือนไม่มา ฯลฯ ทำให้ฝ่ายหญิงมักน้อยใจที่แฟนดูไม่สนใจ ซึ่งมันคนละเรื่องกันเลย ดังนั้นเก็บบางเรื่องไว้เล่าให้เพื่อนสาวฟังน่าจะดีกว่าค่ะ

 

3. ขอให้มองแต่คุณคนเดียว ห้ามมองหญิงอื่นต่อหน้า

     มีผู้หญิงไม่น้อยที่คิดมากเวลาเห็นแฟนมองผู้หญิงสวยๆ ขอบอกว่าการให้ผู้ชายเลิกทำแบบนั้นมันผิดธรรมชาติอย่างแรง! และมีแต่จะทำให้เขาอึดอัดเก็บกดเปล่าๆ ตราบใดที่แค่มอง มันก็ไม่ได้แปลว่าเขาไม่รักคุณแล้วนี่นา เหมือนกันกับเวลาที่ผู้หญิงเรากรี๊ดซิกแพคนายแบบ แต่ก็ยังรักแฟนคนเดียวนั่นล่ะค่า

 

4. ขอให้เขาเลิกทำสิ่งที่เขาชอบ เพียงเพราะคุณไม่ชอบ

     ถึงแม้คุณจะไม่เข้าใจว่าเกมกับฟุตบอลมันสนุกตรงไหน แต่ถ้ามันทำให้เขามีความสุขและอารมณ์ดี โดยที่ยังรักกับคุณดีเหมือนเดิม ก็ไม่มีเหตุผลที่จะขอให้เขาเลิก เพียงแค่ว่าคุณไม่ชอบ เพราะเขาจะรู้สึกว่าคุณแคร์ตัวเองแต่ไม่แคร์เลยน่ะสิคะ

 

4 วิธีรับมืออย่างฉลาด ยามทะเลาะกับแฟน

 

5. ขอให้เลิกออกไปสังสรรค์กับเพื่อน

     ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน แต่ไม่ได้แปลว่าโลกนี้มีแค่เราสองคน จึงควรปล่อยให้เขาได้เจอเพื่อนบ้าง เพราะไม่มีใครอยากถูกจำกัดอิสระแน่นอนแม้กระทั่งตัวคุณเอง  ยิ่งหากคุณสามารถเข้ากับเพื่อนของเขาได้ด้วยล่ะก็ เขาจะยิ่งตกหลุมรักคุณมากขึ้นไปอีกนะคะ

 

6. ขอให้จดจำโอกาสสำคัญต่างๆ 

     ผู้หญิงเรามักจำได้หมด ทั้งวันเกิดแฟน วันครบรอบที่คบกัน สถานที่เดทกันครั้งแรก และอีกล้านแปดแต่น่าเสียดายที่สมองของผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ถนัดเรื่องทำนองนี้ (แม้ว่าหัวใจเขาจะมีคุณอยู่เต็มพื้นที่ก็ตาม) ดังนั้นหากคุณอยากให้มีอะไรพิเศษก็ควรบอกเขาตรงๆ จะดีกว่า อย่าบังคับให้เขาต้องจำได้เองเลย มีแต่จะทะเลาะกันเปล่าๆ ค่ะ

 

7. ขอให้เขาสนใจเรื่องเดียวกับคุณทุกเรื่อง

     สาวๆ บางคนอยากให้แฟนไปไหนไปกันทุกที่ แต่บางสิ่งเขาก็ไม่ชอบจริงๆ นี่นา ดังนั้นแทนที่จะขอให้เขาไปช็อปปิ้งเป็นเพื่อนคุณ ลองเปลี่ยนเป็นทำกิจกรรมที่เขาและคุณชอบเหมือนๆ กันจะดีกว่า เพราะมีแต่ช่วยเพิ่มความผูกพันและความทรงจำดีๆ ค่ะ

 

4 วิธีรับมืออย่างฉลาด ยามทะเลาะกับแฟน

 

8. ขอให้เขาเป็นคนใหม่ที่เพอร์เฟค

     หลังจากคบกันมานาน คุณอาจสงสัยว่า “ทำไมฉันถึงเลือกอยู่กับตาคนนี้นะ” เพราะแม้จะรักแค่ไหนแต่ก็มีนิสัยเสียบางอย่างที่คุณไม่ชอบเอามากๆ Nakya Reeves นักบำบัดชีวิตครอบครัวและชีวิตสมรสแนะนำว่า หากเขาชอบทำอะไรไม่ตรงตามนัด อาจจะเลือกคุยเฉพาะเรื่องที่สำคัญที่สุด เช่น ต้องการให้เขาไปรับลูกให้ตรงเวลา แต่นิสัยมาทานข้าวช้าของเขาก็ปล่อยไปก่อน เป็นต้น จากนั้นจึงค่อยเริ่มคุยว่าจะแบ่งหน้าที่กันอย่างไร ดีกว่าเปิดฉากด้วยการต่อว่ากันแน่ๆ ค่ะ 

 

9. ขอให้เขาเข้าใจคุณโดยไม่ต้องให้บอก

     หากเก็บความไม่พอใจอยู่เงียบๆ โดยคิดว่าถ้าเขาไม่รู้ว่าทำอะไรลงไป ก็แสดงว่าเขาไม่รักคุณจริง นั่นถือเป็นการทำลายความสัมพันธ์โดยไม่จำเป็นเลยค่ะ เพราะแทนที่เขาจะเข้าหาคุณ เขากลับจะยิ่งออกห่างมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นหากคิดว่าเขาทำผิดก็ควรระบุไปเลยดีกว่า เช่น

     “ฉันรู้สึกเจ็บปวดนะ เวลาที่คุณไม่สนใจฉันเลย คุณควรขอโทษที่บอกเลิกนัดกินข้าวฉันเมื่อวานนี้ และครั้งต่อไปหากมีเหตุการณ์แบบนี้คุณช่วยบอกฉันก่อนล่วงหน้าได้ไหมคะที่รัก”

     มันจะทำให้คุณเข้าใจกันมากกว่าการเงียบเป็นไหนๆ 

     แต่ละข้อหากคิดกลับกันแล้ว ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เราก็ไม่อยากโดนร้องขอจากฝ่ายชายเช่นกัน ดังนั้นหากปฏิบัติกับเขาอย่างแฟร์ๆ  ล่ะก็ คำว่า “คู่แท้” ก็อยู่ใกล้ตัวนิดเดียวค่ะ 😉

 

เรียบเรียงโดยทีมงาน women.truelife.com

 

ติดตาม women.truelife.com ได้ที่

 

  
  Facebook    
  
  Twitter    

  Instagram  

 

We are women’s best friend.

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

COMMENT

บทความน่าสนใจอื่นๆ