ไม่ใช่แค่ ‘รู้’ แต่ต้อง ‘รู้สึก’ วิถีเปลี่ยนโลกแบบทรงกลด บางยี่ขัน

ไม่ใช่แค่ ‘รู้’ แต่ต้อง ‘รู้สึก’ วิถีเปลี่ยนโลกแบบทรงกลด บางยี่ขัน


หากพูดถึงการเปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบ หลายคนอาจคิดว่ามันคือการเดินทางชั่วชีวิต แต่สำหรับ ก้อง-ทรงกลด บางยี่ขัน’ บก.นิตยสาร a day…ถนนสู่จุดหมายเดียวกันไม่ได้มีแค่เส้นเดียว เหมือนที่เขาเคยเขียนไว้ในหนังสือเรื่อง โปรดอ่านใต้แสงเทียน เพราะผมเขียนใต้แสงดาว” ว่า…


“นักบินอวกาศอาจจะใช้เวลาไม่รู้กี่ชั่วชีวิตถึงจะเดินทางได้ทั่วกาแล็กซี่ แต่เราแค่เอนหลังพิงหญ้าแล้วใช้สายตาย่ำไปบนท้องฟ้าคืนเดียวก็ไปได้ทั่ว…”


        นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้นักเศรษฐศาสตร์และนักสิ่งแวดล้อมคนหนึ่ง ผู้พกความฝันที่จะ “เปลี่ยนแปลงโลก” ไว้เต็มหัวใจ ผันตัวเข้าสู่วงล้อมของตัวอักษร และกล่าวได้ว่า เส้นทางของ a day ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมานี้เขาคือคนที่ช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมได้อย่าง “เรียบง่าย” และ “รื่นรมย์”มากที่สุดคนหนึ่ง


Women TrueLife : อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้นักเศรษฐศาสตร์และนักสิ่งแวดล้อมอย่างคุณก้องหันมาทำหนังสือคะ

“จริงๆ แล้วผมไม่เคยมีความว่าอยากเป็นนักเขียนเลยครับ ซึ่งมันอาจจะตรงกันข้ามกับหลายๆ คน ที่อยากทำนิตยสารเอง หรืออยากจะเห็นชื่อตัวเองอยู่บนแผงหนังสือ ทั้งๆ ที่เป็นนักอ่านที่ชอบหนังสือมากนะครับ แต่ไม่เคยมีความฝันนั้น เพราะสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเคยลองเขียนดู แต่แค่หนึ่งหน้ากระดาษยังเขียนไม่จบเลยครับ (หัวเราะ) ก็เลยคิดว่าคงทำไม่ได้หรอก แต่ฝันเดียวสมัยเรียนมหาวิทยาลัยก็คืออยากเปลี่ยนโลกครับ”

 

Women TrueLife : เพราะด้วยความที่เราเป็นนักเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมด้วยหรือเปล่าคะ

“ใช่ครับ เลยได้ทำกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมเยอะ และได้เห็นว่ามันมีปัญหาต่างๆ มากมายเกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา คนกลุ่มหนึ่งก็เพิกเฉยกับมัน ส่วนคนตัวเล็กๆ อีกกลุ่มนึงก็พยายามแก้ปัญหากัน ผมศรัทธาคนเล็กๆ เหล่านั้นมาก และอีกสิ่งนึงที่ผมสนใจมากคือเรื่องการท่องเที่ยว ก่อนที่จะเรียนจบผมทำโปรเจ็คต์เกี่ยวกับ Eco Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ และมีโอกาสได้ทำงานวิจัยเชิงท่องเที่ยวประมาณนึง

พอเรียนจบมาแล้วมันก็มีความฝันเรื่องค่ายที่ค้างคาใจอยู่ ก็เลยปรึกษาอาจารย์และมีโอกาสได้จัดทริป Eco Tourism พาคนไปดูดาว ดำนา เกี่ยวข้าว ซึ่งเมื่อ 15 ปีก่อนนี่การไปทำนาหรือเก็บดอกบัวมันไม่เท่เลย แต่พอเราได้ลงพื้นที่บ่อยๆ โอ้โห! มันสวยงาม ทั้งมิตรภาพที่เราได้จากชาวบ้าน หรือเนื้อหาที่มันดีงามกับชีวิตมากๆ แต่ยุคนั้น Facebook ก็ยังไม่มี สื่ออย่างเดียวก็คือการทำกระดาษ A4 ไปแปะตามบอร์ดในโรงอาหาร ผมก็คิดว่าเอาล่ะ ในเมื่อเราไม่มีโอกาสได้นั่งคุยกันว่าเฮ้ยมันดี ไปเหอะ ก็ต้องหาทางบรรยายความละมุนละไมผ่านหน้ากระดาษใบเดียวให้ได้ เริ่มจากการตั้งชื่อทริปหวานๆเข้าไว้ เขียน เช่น ทริปสายฝนกับต้นข้าว ทริปปลายฝนกับต้นข้าว หรือทริปฤดูดาว

 

Women TrueLife : คือให้คนรู้สึกว่ามันคือความสวยงาม แม้จริงๆ แล้วทริปจะค่อนข้างลำบากใช่ไหมคะ

“ใช่ (หัวเราะ) จริงๆ ก็ไม่ลำบากมากครับตอนทริปไปเก็บดอกบัวผู้หญิงก็จะกลัวกัน เราเลยเขียนคำโปรโมทว่า กบใต้ใบบัว บางตัวอาจเป็นเจ้าชายผู้หญิงเลยอยากไปมากขึ้น เราเชื่อว่าทริปที่เราทำมันดี ไม่มีใครบอกผมบอกเองนะ (หัวเราะ) Press Release ก็ทำไม่เป็น ผมก็มั่วๆ เขียนส่งไปตามหนังสือพิมพ์ ปรากฏว่าวันจริงมีนักข่าวไป กลายเป็นว่าทริปผมได้ลงหน้าหนึ่งบางกอกโพสต์ ลงปกหลังของเดอะ เนชั่นทั้งปก แล้วก็มีทีวีไปถ่ายน่าจะเกือบหมดทุกช่องแล้วจากทุกรอบที่ทำมา เค้าจะบอกว่ามันแปลกยังไม่เคยมีใครทำ มันละมุนละไมจริงๆ นี่คือการใช้ตัวหนังสือครั้งแรกของผม หลังจากนั้นก็มีบก.ของกรุงเทพธุรกิจ คุณอธิคม คุณาวุฒิ บอกผมว่า เฮ้ย! ก้อง พี่ว่าก้องเขียนดี มาเขียนคอลัมน์ประจำมั้ย ผมก็บอกว่าเขียนไม่เป็น แต่พี่เค้าก็บอกว่าเขียนมาเหอะ เขียนอย่างที่เขียนในทริปนั่นแหละ ผมก็เลยเขียนส่งพี่เค้าไป ซึ่งมาอ่านในวันนี้ ผมว่างานชิ้นแรกนั่นมันห่วยมากเลยนะฮะ (หัวเราะ)


ไม่ใช่แค่ ‘รู้’ แต่ต้อง ‘รู้สึก’ วิถีเปลี่ยนโลกแบบทรงกลด บางยี่ขัน


Women TrueLife : ทำงานเป็นนักวิจัยและนักเขียนอยู่นานแค่ไหนก่อนเริ่มมาทำ a day คะ

“สัก 2 ปีได้มั้งครับ ตอนนั้นผมเป็น NGO อยู่ที่ WWF ประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำเรื่องโลกร้อน สนุกมาก แล้วก็รู้สึกว่ามันใช่สิ่งที่เราตามหามาทั้งชีวิตน่ะครับ คือได้ทำสิ่งที่มันเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นได้ และผมก็ชอบ a day มากอยู่แล้ว เป็นทั้งผู้ก่อตั้งและลงขันด้วย รวมถึงพี่โหน่ง (วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์) กับพี่ปิงปอง (นิติพัฒน์ สุขสวย) ก็เคยไปทริปที่ผมจัดด้วย มีวันนึงพี่โหน่งก็โทรมาชวนบอกว่าพี่อยากชวนมาเป็นบก. a day ว่ะ สนใจมั้ย นั่นเลยเป็นจุดเริ่มต้นซึ่งก็ผ่านมา 11-12 ปีแล้วครับ”


Women TrueLife : ตอนนั้นคุณก้องอายุ 25 เรียกได้ว่ายังอายุน้อยอยู่เลยนะคะ สำหรับการรับตำแหน่งบก.ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร

“จริงๆ นิตยสารทำยังไงผมยังไม่รู้เลยรู้แต่ว่าชอบ a day มาก สิ่งที่คิดคือไปทำจะดีเหรอวะ (หัวเราะ) เพราะงานสิ่งแวดล้อมที่ทำอยู่มันก็ดีมากและมั่นคงอยู่แล้ว ภาพสื่อมวลชนในหัวผมคือมันจะดูอินดี้ๆ หน่อย งานมันจะมั่นคงหรือเปล่า ก็ปรึกษาพี่ๆ หลายๆ คนในวงการที่เรารู้จัก เค้าบอกว่า เป็นคนหนุ่มจะกลัวอะไรกับความมั่นคง ถ้าไม่เวิร์คค่อยกลับมาทำ NGO ใหม่ก็ไม่เสียหาย โอกาสยังงี้จะมีซ้ำสองเหรอ ถ้าปฏิเสธไปแล้วพี่โหน่งจะกลับมาชวนอีกรอบนึงเหรอ (หัวเราะ) มันก็คงไม่มี ก็เลยตัดสินใจมาทำ a day

 

Women TrueLife : หน้าที่ของบก.ไม่ใช่แค่เขียนหนังสืออีกต่อไปแล้ว คุณก้องจัดการกับความเปลี่ยนแปลงตรงนั้นยังไงคะ

“แรกๆ ผมไม่รู้อะไรเลย ผมคิดว่าตายล่ะ เราจะเป็นบก.โดยที่ไม่รู้อะไรเลยได้ยังไง ก็เลยใช้เวลา 1 ปีในฐานะผู้ช่วยบก.เรียนรู้งานอย่างบ้าคลั่ง ไปร้านหนังสือซื้อแมกกาซีนฝรั่งทุกแนวมาอ่านเพื่อศึกษาการเรียบเรียงบทสัมภาษณ์ การจัดเลย์เอ้าท์ พยายามคุยกับพี่ๆ  เช่น ทำไมพี่เลือกภาพปกอันนี้ มันดียังไง ผมว่าไม่เห็นสวยเลย เค้าก็จะอธิบายว่าอ๋อ ถึงมันจะไม่สวยที่สุด แต่มันมีอะไรบางอย่างอยู่

แง่นึงคือการเรียนรู้ศาสตร์การทำหนังสือ ส่วนอีกแง่นึงที่อาจจะสำคัญไม่แพ้กันคือ สื่อมวลชนเป็นงานที่รับผิดชอบและยิ่งใหญ่ ผมเพิ่งได้เรียนรู้จากการทำงานที่ a day ว่า สื่อมวลชนมีผลต่อประเทศชาติมาก เพราะสื่อเปลี่ยนแปลงความคิดและพฤติกรรมคนได้ เราอ่านอะไรเราก็เป็นอย่างนั้น ดังนั้นคนที่มีหน้าที่เลือกสารส่งไปให้เค้าอ่านเนี่ยโห! มันสำคัญมากเลย เพราะมันเป็นสิ่งที่กำหนดความคิดของคนทั้งประเทศเลยนะ นี่มันคือภารกิจที่ไม่ใช่แค่อ่านแล้วยิ้ม หัวเราะบอกว่า เฮ้ย!แม่งหนุกอ่ะ แต่มันคือสิ่งที่มากกว่านั้น”

 

“…ในแง่ของคนส่งสาร
ผมว่าเป้าหมายมันไม่ควรจบแค่การทำให้คนรู้
แต่มันควรจะทำให้คนรู้สึกให้ได้
…”
 


Women TrueLife : รู้สึกอย่างไรคะเวลาที่มีคนเข้ามาขอลายเซ็น ขอถ่ายรูป และบอกว่าคุณก้องคือไอดอลของเค้า

“ก็เขินๆ เหมือนกัน แต่ก็ดีใจครับ ไม่ได้ดีใจที่ดังนะ เพราะผมไม่ใช่คนที่อยากดังเลย แต่ผมมีความสุขมากจริงๆ ที่คนรู้จักว่าผมเป็นใคร หนังสือเกือบทุกเล่มที่ผมเขียนผมโคตรตั้งใจ ต้องมีคอนเซ็ปต์มีสารที่อ่านแล้วจะเกิดประโยชน์จริงๆ มันถูกคิด ถูกออกแบบวิธีการเขียน ถูกเรียบเรียงเพื่อเล่นกับความรู้สึกคนให้เค้ารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ การที่ตัวหนังสือที่เราทำมันไปสั่นคลอนและเปลี่ยนแปลงชีวิตเค้าได้ จนเค้าเจอเราแล้วบอกว่าอยากถ่ายรูปกับพี่จัง ผมว่าเรี่ยวแรงที่เราลงไปมันไม่ได้สูญเปล่า มันแปลว่าคุณชอบงานที่ผมทำ สิ่งนั้นแหละที่มันมีคุณค่ามากกับชีวิตผม ในแง่ของคนส่งสาร ผมว่าเป้าหมายมันไม่ควรจบแค่การทำให้คนรู้ แต่มันควรจะทำให้คนรู้สึกให้ได้ และแฟนคลับตรงนี้ทำให้ผมรู้สึกว่ามันไปถึงจุดนั้นได้นะ”


ไม่ใช่แค่ ‘รู้’ แต่ต้อง ‘รู้สึก’ วิถีเปลี่ยนโลกแบบทรงกลด บางยี่ขัน

Women TrueLife : ยิ่งปีหลังๆคุณก้องก็กลายเป็นไอดอลเรื่องจักรยานขึ้นมาอีกอย่างด้วย

“ครับ  เมื่อประมาณ 3 ปีมาแล้ว เราต้องการทำ a day เกี่ยวกับจักรยานแบบต้องการความรู้สึกไม่ใช่แค่รู้ เป้าหมายคืออยากให้คนปั่นจักรยานมากขึ้น เพราะปั่นแล้วมันดีกับเรา ดีกับโลก แต่ถ้าคนเขียนไม่ได้ปั่นแล้วเราจะไปชวนเค้าได้ยังไง ผมก็เอ้า! ทีมงานเรามาปั่นจักรยานกันก่อน เริ่มจากซ้อมก่อน 45 วัน จากคนที่ไม่เคยปั่นเลยก็เริ่มหัดดูแผนที่ ศึกษาการซ่อมจักรยานเบื้องต้น แล้วก็ปั่นจริงอีก 45 วันทั่วประเทศจนทำเป็น a day เล่มนึงขึ้นมา

จริงๆ มันควรจบแค่หนึ่งเดือนแล้วไปทำเรื่องอื่นต่อแต่มันไม่จบ เพราะคนอินมาก จนเป็นที่มาของกิจกรรมอื่นๆ ต่อมาอีก ซึ่งทุกกิจกรรมที่เราจัดเกี่ยวกับจักรยาน เราคิดแบบคนจัดแคมเปญ เราไม่ได้คิดแบบ NGO หรือ Activist ว่า เฮ้ย! คุณมาปั่นจักรยานกันเหอะ รักโลกกันเหอะ แต่ผมจะหา Insight ซึ่งจุดที่ง่ายที่สุดและเจอโดยบังเอิญก็คือ คนชอบรูปสวยๆ ผมก็เลยได้รู้ว่าจะรณรงค์ให้เค้าปั่นจักรยานมันต้องใช้วิธีนี้ คือให้เค้าเห็นประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับตัวเค้าเอง ไม่ใช่บอกว่าปั่นแล้วจะช่วยโลกได้ มันก็เลยอาจจะเป็นรสชาติการรณรงค์ที่แปลกกว่าคนอื่นๆ เพราะไม่เคยออกมาบอกว่า เฮ้ย!ขอไบค์เลน เฮ้ย! รถยนต์ฟังเราบ้างดิ ผมก็แค่ทำให้เค้ารักจักรยานให้ได้เท่านั้นเอง”


ไม่ใช่แค่ ‘รู้’ แต่ต้อง ‘รู้สึก’ วิถีเปลี่ยนโลกแบบทรงกลด บางยี่ขัน

Women TrueLife : เท่าที่ฟังมาคุณดูเป็นคนจริงจังและทุ่มเทมากกับทุกเรื่องเลยนะคะ

“ใช่ครับ คือจากประสบการณ์ทำหนังสือที่ผ่านมา ทำให้รู้ว่าคนอ่านเค้าตั้งใจอ่านจริงๆ นะ บางครั้งประโยคผิดไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าข้อมูลผิดคนอ่านจะทักเลยว่า เฮ้ย! ข้อมูลผิดนะ บางครั้งก็ทักว่าทัศนคติผิด เช่น คุณเขียนประโยคนี้คุณต้องการบอกอะไรคนเหรอ คุณจะชี้นำคนไปทางไหนเหรอ ซึ่งพอเราคิดตาม เออ…จริงว่ะ มันเป็นทัศนคติที่ไม่ดีว่ะ ซึ่งโชคดีที่เจอเร็วนะครับ เลยคิดว่าทุกสารที่เราจะส่งออกไปหลังจากนี้เราต้องคิดดีๆ จะเห็นว่าบ้านเมืองเรามีสื่อไม่สร้างสรรค์เยอะแต่คนเสพเยอะ ซึ่งผมว่ามันคงไม่มีประโยชน์หรอกที่จะไปตำหนิสิ่งเหล่านั้น สิ่งที่ดีกว่าคือทำสื่อดีๆ ที่ส่งสารดีๆ ให้มันขายดี ให้คนอ่านเยอะๆ ต่างหาก มีฝรั่งคนนึงสอนผมว่า ขั้นตอนแรกของการสื่อสารคือ ถามตัวเองว่าคุณมีเรื่องที่ควรค่าเพียงพอต่อการสื่อสารหรือยัง ถ้าไม่ อย่าเขียน เพราะมันเสียเวลาคุณและเสียเวลาคนอ่านด้วย”


Women TrueLife :ในฐานะของคนทำหนังสือ อยากรู้ว่านอกจากการมองโลกแล้ว คุณก้องมอง “ผู้หญิง” ยังไงบ้างคะ

ผมมองว่าผู้หญิงในปัจจุบันมีบทบาทมากนะ ไม่รู้ผู้ชายหายไปไหนหมด (หัวเราะ) อาจจะไปอยู่กับกีฬาหรือดนตรีหมดหรือเปล่าก็ไม่รู้นะฮะ แต่ผมรู้สึกว่าโลกวันนี้ ความคึกคักของการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างอยู่ในมือผู้หญิงซะเยอะ และผู้หญิงแข็งแกร่งขึ้นในแง่ของการกล้าคิด กล้าทำ กล้าริเริ่มอะไรใหม่ๆ ซึ่งฟังอย่างนั้นแล้วเหมือนผู้หญิงจะดูแมนเหลือเกิน แต่ว่าอีกครึ่งนึงเค้าดูแลตัวเองดีขึ้นนะ ถ้าเทียบกับสมัยผมเรียนมหาวิทยาลัย ผู้หญิงยุคนี้จะดูแลตัวเองเก่ง แต่งตัวเก่งกว่าแต่ก่อนเยอะ ซึ่งผมว่าน่าอิจฉานะฮะ เรื่องดูแลตัวเองก็ยังทำได้ดีอยู่ เรื่องงานเองก็ทำได้ดีด้วยเหมือนกัน”


Women TrueLife : คุณก้องมองก้าวต่อไปของตัวเองอย่างไรคะ

“สมัยนี้โลกโซเชียลคือโอกาสที่ทำให้คนเก่งๆ มีโอกาสฉายแววมากขึ้น เราจะเห็นคนที่ดังมากในเดือนนี้ แต่เดือนหน้าคนกลับลืมชื่อเค้าไปแล้ว เพราะมีคนใหม่ๆ ขึ้นมาแทน ซึ่งน่าเสียดายนะครับ ผมเชื่อว่าถ้าคนเราทำงานเพื่อชื่อเสียง สิ่งที่ได้มาก็คือชื่อเสียงที่ซักวันจะหมดไป แต่สำหรับคนอีกกลุ่มนึงที่ตั้งใจอยากสร้างงานที่ดี เค้าจะได้ทั้งงานที่ดีและชื่อเสียง ซึ่งผมชอบคนกลุ่มนี้มาก คนที่สร้างงานเจ๋งๆ ออกมาได้ตลอดแบบตั้งหน้าตั้งตาทำไป ไม่ต้องโม้ให้ใครฟัง ถ้ามันดีเดี๋ยวคนเห็นเอง ผมอยากเป็นอย่างเค้า ซึ่งหวังว่าในอนาคตถ้ายังได้อยู่วงการนี้ต่อไป ก็ยังอยากจะสร้างงานที่คนยังชื่นชมอยู่ เป็นงานที่ยังมีประโยชน์อยู่ และยังมีคนจดจำเราในฐานะของคนที่ทำงานที่ดีอยู่ครับ

 

ไม่ใช่แค่ ‘รู้’ แต่ต้อง ‘รู้สึก’ วิถีเปลี่ยนโลกแบบทรงกลด บางยี่ขัน

 

อย่างที่คุณก้องบอกไว้ว่า “คุณอ่านอะไรคุณก็เป็นแบบนั้น” Women TrueLife เชื่อว่าหลังจากที่ได้รู้จักผู้ชายคนนี้ คุณอาจรู้สึกว่าโลกของคุณไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป…แล้วอย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ 🙂



ติดตาม women.truelife.com ได้อีกช่องทางที่

ไม่ใช่แค่ ‘รู้’ แต่ต้อง ‘รู้สึก’ วิถีเปลี่ยนโลกแบบทรงกลด บางยี่ขันFB : Women Society

we are women’s best friend  คลิกที่ http://women.truelife.com


บทความที่เกี่ยวข้อง

COMMENT

บทความน่าสนใจอื่นๆ